ตั้ง 9 ข้อหา ผู้บริหารอิตาเลียนไทยพร้อมพวก คดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

1318

กลายเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมาทันที เมื่อเจ้าหน้าที่บุกจับผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย พร้อมพวกรวม 4 คน ระหว่างกางเต็นท์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ และถูกตั้งข้อกล่าวหามากถึง 9 ข้อกล่าวหา ล่าสุดช่วงบ่ายวานนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วยวงเงินคนละ 1 แสน 5 หมื่นบาท

กลางดึกวันที่ 4 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าตรวจสอบเต็นท์ค้างแรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งหลังได้ยินเสียงปืนดังขึ้นบริเวณห่างจากจุดที่ทำการสำนักงานประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่าทิคองและมหาราช โดยกลุ่มคนดังกล่าวเดินทางเข้ามาในผืนป่าก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน

ทันทีที่ตรวจค้นปรากฏว่า เจ้าหน้าที่พบชิ้นเนื้อสัตว์ป่าคล้ายเสือ เก้ง และไก่ ถูกหั่นเป็นชิ้นเพื่อทำอาหารกิน แต่กลับถูกหนึ่งใน 4 คนที่ถูกตรวจสอบอ้างว่าเป็นเนื้อสัตว์ซื้อเข้ามาทำอาหารแต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบปืนอีก 3 กระบอกอยู่ในจุดที่ตั้งแคมป์จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ก่อนแล้วทำบันทึกการจับกุมไว้เบื้องต้น

กระเช้าทั่งวันต่อมา คือ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาของกลางในจุดที่ต้องสงสัยอีกรอบ

เจ้าหน้าที่พบกระสุนปืนเกือบ 200 นัด และยังพบซากเสือดำ ถูกชำแหละถลกหนังห่อถุงดำซุกซ่อนไว้ในพงหญ้ารวมถึงซากไก่ฟ้าหลังเทาและเนื้อเก้งใกล้กับจุดตั้งแคมป์ ซึ่งสัตว์ทั้งหมดต่างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองโดยเฉพาะซากเสือดำ เจ้าหน้าที่พบว่าถูกผู้ต้องหานำไปต้มซุปหางเสือ

เมื่อมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่ากลุ่มคนที่ถูกจับกุมตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีโดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย พร้อมพวก คือ นายยงค์ โดดเครือ นายธานี ทุมมาศ และนางนที เรียมแสน แต่ระหว่างผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวก็มีคลิปเสียงคล้ายการต่อรองกับเจ้าหน้าที่เกิดขึ้น โดยเป็นคลิปเสียงจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

ขณะที่ผลการตรวจสอบของกลางที่พบไม่ว่าจะเป็นซากเสือดำ เก้ง และไก่ฟ้าหลังเทา นอกจากนี้ยังมีอาวุธมีดและอุปกรณ์หาของป่าแต่สิ่งที่น่าจับตามอง คือ  ปืนชนิดร้ายแรงไม่ว่าจะเป็นปืนไรเฟิล ปืนยาวลูกซองแฝดเบอร์ 20 และ ปืนไรเฟิลขนาด จุด 22  ซึ่งพบว่าปืนบางกระบอกมีลายนิ้วมือของนายเปรมชัย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา 9 ข้อหากับทั้ง 4 คน  โดยเฉพาะข้อหาหนัก คือร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางซากสัตว์

แม้จะถูกตั้งข้อกล่าวหามากถึง 9 ข้อหาแต่ผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยนายเปรมชัยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เกิดขึ้น และบอกว่านี่เป็นการเข้ามาตั้งแคมป์พักแรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้มาเที่ยวพักผ่อนเพราะจะแก่ตายอยู่แล้ว จึงขอมาสักครั้งและอ้างว่าได้ขออนุญาตเข้าผืนป่าถูกต้องส่วนที่ต้องตั้งแคมป์ในจุดที่หวงห้ามเพราะไม่ชำนาญทาง

เช้าวันนี้กองพิสูจน์หลักฐานจะลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมในจุดที่เกิดเหตุเพื่อนำหลักฐานที่ได้มาประกอบสำนวนเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมด

จากนี้ต่อไปตำรวจและเจ้าหน้าที่จะอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดกับประธานบริษัทอิตาเลียนไทยพร้อมพวกโดยจะต้องเรียกสอบปากคำผู้ต้องหาตามหมายเรียกเพื่อคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้น

ชนะชัย แก้วผาง

รายงาน