เจาะเกาะติด-ตำรวจยัน ‘ณิชา’ เป็นแพะ ถูกสวมรอยเปิดบัญชี

311

ตำรวจเผยผลการตรวจสอบ ยืนยันณิชาเป็นผู้เสียหาย ถูกแก๊งโรแมนซ์สแกม สวมรอยนำบัตรประชาชนเปิดบัญชีธนาคาร 10 แห่ง ไปหลอกเหยื่อผ่านทางเฟซบุ๊ก ติดตามในช่วงเจาะเกาะติด

นี่เป็นผลสรุปการสอบสวนของตำรวจ ที่ระบุชัดเจนว่านางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ วัย 24 ปี เป็น ผู้บริสุทธิ์ หลังเธอตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงที่ สภ.บ้านตาก ถูกคุมขังในเรือนจำถึง 3 วัน  จนได้ประกันตัวจึงเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม โดยระบุว่าเธอทำบัตรประชาชนหาย แล้วถูกคนร้ายนำไปแอบอ้างเปิดบัญชี 8 ธนาคาร  10 บัญชี

ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบว่านางสาวณิชาทำบัตรประชาชนครั้งแรกในปี 2551 แล้วขอทำบัตรใหม่ในปี 2557 ก่อนจะทำหายเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2560 บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย2 ซึ่งพนักงานร้านสะดวกซื้อเก็บได้ ก่อนที่คนร้ายจะเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าของบัตรประชาชน หลังทำบัตรประชาชนครั้งที่ 3 ได้ไม่ถึงเดือน เธอทำบัตรหายอีกครั้ง แต่ยังไม่พบข้อมูลว่าถูกนำไปใช้

ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยตั้งข้อสงสัย นางสาวณิชา ว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสวมบัตรประชาชน หลังตรวจสอบพบว่าเธอเคยโอนเงินจากบัญชีที่คนร้ายลักลอบเปิดไปให้เพื่อน ประกอบกับมีเบอร์โทรศัพท์ของคนร้ายโทรหา จนพบข้อมูลว่า กลุ่มคนร้ายเกิดขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ จึงอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรสอบถามข้อมูลจากนางสาวณิชา

สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้มีทั้งหมด 4 คน เป็นพฤติกรรมของแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยมีนายอายัค ไซมอน อีโก้ สัญชาติแคเมอรูน  เป็นหัวหน้าขบวนการว่าจ้างให้หญิงไทยหาบัตรประชาชน โดยให้ค่าตอบแทนใบละ 5 พันบาท หากเปิดบัญชีธนาคารจะได้อีก 2 พันบาท ก่อนที่เขาจะนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน ส่วนนางสาวเจรติ สายสิน ทำหน้าที่เปิดบัญชี 3 บัญชี นางสาวปวีณา สิงห์วิบูลย์ เปิด 5 บัญชี และนางสาวพรหมพร พงษ์เจริญคุณากร เปิด 2 บัญชี รวมทั้งหมด 10 บัญชี จาก 8 ธนาคาร แต่เกิดความขัดแย้ง เพราะไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้

สำหรับนางสาวณิชา ขณะนี้ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งโรแมนซ์สแกม และถูกนำบัตรประชาชนไปสวมรอยเปิดบัญชีหลอกลวงประชาชน  ส่วนกรณีที่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีของนางสาวณิชา กว่า 6 ล้านบาท เป็นเงินของครอบครัวที่ได้มาจากการทำธุรกิจ และอยู่ในบัญชีตั้งแต่อายุ 18 ปี ซึ่งปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ไม่มาก ตำรวจเตือนประชาชนหากบัตรประชาชนหายหรือเกิดความผิดปกติ ควรรีบแจ้งความเพื่อตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เหมือนกรณีของนางสาวณิชา

                                                                                                        วัลภา ปัญญาสรรเสริญ

                                                                                                                รายงาน