ตร.บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อคนไทยโอนเงิน

513

ตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลังตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 บุกทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติชาวไต้หวัน  ตั้งแก๊งอ้างเป็นหน่วยงานราชการหลอกเหยื่อคนไทยโอนเงิน ล่าสุดพบเปลี่ยนวิธีการจากตั้งสำนักงานในไทยไปตั้งสำนักงานที่ต่างประเทศเพื่อให้ยากต่อการจับกุม

อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งย่าน ถ.สุขาภิบาล 5  อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถูกตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลังตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 บุกตรวจค้น หลังสืบทราบว่าที่นี่ถูกใช้เป็นที่พักของหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ  พบตัวนาย ซู  เหวิน  ฉง หรือ ฉี เกอ หัวหน้าขบวนการชาวไต้หวัน พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง  คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม  27 ใบ และสมุดบัญชีธนาคารต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10 เล่ม นายฉี รับสารภาพว่าจ้างคนไทยเปิดบัญชี ก่อนใช้คอลเซ็นเตอร์หลอกให้เหยื่อโอนเงิน จากนั้นจะรีบถอนเงินแล้วโอนไปให้นายทุนใหญ่ในต่างประเทศ ขณะที่ตัวเขาเปิดเผยว่าอยู่ในไทยแบบไม่มีหนังสือเดินทางมากว่า 20 ปี และเคยถูกจับฐานหลบหนีเข้าเมืองหลายครั้ง

ตำรวจขยายผลพบว่า ยังมีห้องพักอีกแห่งหนึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กิโลเมตร จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพบหญิงไทย 5 คน แบ่งการดูแลเป็น 2 ห้อง ห้องแรกเป็นที่เก็บบัญชีธนาคารจำนวนมาก อีกหนึ่งห้องพบอุปกรณ์สื่อสารและ โฟมเก็บเสียง คาดว่าเคยถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคลอเซ็นเตอร์ โดยหนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่าเคยไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศตูรกี และอ้างว่ามาทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ได้เพียง 3 วัน

ตำรวจยังสามารถขยายผลจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติได้เพิ่มเติม เป็นเครือข่ายอาเฉิน ชาวไต้หวัน  หลังอ้างเป็นหน่วยงานราชการหลอกลวงอดีตผู้ช่วยพยาบาลอายุ 70 ปี สูญเงิน กว่า 1,500,000 บาท พบพฤติการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เปลี่ยนวิธีการ โดยไปตั้งฐานปฏิบัติการที่ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนใช้นายหน้าจ้างคนไทยไปเป็นคอลเซ็นเตอร์และถอนเงินในต่างประเทศเพื่อให้ยากต่อการจับกุม

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวระบุว่า สิ่งที่ทำให้แก็งคอลเซ็นเตอร์ยังคงมีการระบาด คือ มีประชาชนบางส่วนรับจ้างเปิดบัญชีให้กับเครือข่ายนี้

สำหรับผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ส่วนผู้ต้องที่ยังหลบหนีจะถูกดำเนินคดีเพิ่มอีก 1ข้อหา คือ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ญาณิชสา  ศิริมูลกุล 

รายงาน