อ้าย เว่ย เว่ย ส่งภาพยนตร์สารคดี Human Flow ตีแผ่ชีวิตผู้ลี้ภัย

323
Chinese dissident artist Ai Weiwei looks on as he visits a migrant’s makeshift camp on the Greek-Macedonian border, near the village of Idomeni, Greece, March 9, 2016. Ai is in Greece to shoot a documentary. REUTERS/Stoyan Nenov/File Photo

ทุกวันนี้หลายคนคุ้นหูกับคำว่า วิกฤตผู้ลี้ภัย แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้และเข้าใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ศิลปิน & ผู้กำกับชื่อดัง อ้าย เว่ย เว่ย (Ai Weiwei) ตัดสินใจทุ่มเทพลังสร้างสรรค์ภาพยนตร์สารคดีที่มีชื่อว่า Human Flow เพื่อนำเสนอเหตุการณ์วิกฤตผู้ลี้ภัยที่ทำให้เราต้องมองให้ลึกไปถึงความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนควรได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน

Human Flow บอกเล่าเรื่องราวของผู้ลี้ภัยผ่านการถ่ายทำ 40 ค่ายอพยพ ใน 23 ประเทศ ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง เช่น อัฟกานิสถาน, บังคลาเทศ, อิรัก, อิสราเอล ฯลฯ หรือแม้แต่ประเทศใหญ่ ๆ อย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สหรัฐอเมริกา รวมถึง ไทย ว่าพวกเขาทั้งหมดถูกบีบให้ต้องอพยพจากภูมิลำเนาด้วยภาวะสงคราม ความอดอยาก สู่การเดินทางอันยาวไกลเพื่อแสวงหาความปลอดภัย แหล่งที่อยู่อาศัย ไปจนถึงชีวิตใหม่ ซึ่งภาพยนตร์สารคดีเรื่งนี้ยังช่วยตั้งคำถามกับผู้คนว่า เราปล่อยให้มีคนโดนทอดทิ้งมากขนาดนี้ได้อย่างไร? และโลกจะรับมือกับพวกเขาแบบไหน? ซึ่ง อ้าย เว่ย เว่ย กล่าวถึงประสบการณ์ความรู้สึกอันเป็นจุดจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์นี้ว่า

ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเกาะเลสบอส เพื่อดูการมาถึงของกลุ่มผู้ลี้ภัย มันเป็นอะไรที่บรรยายได้ยากมากเมื่อเห็นพวกเขาทั้งหมดขึ้นเรือมา ทั้งชาย หญิง ลูกเด็กเล็กแดง คนแก่ พวกเขาตื่นกลัวและไม่รู้เลยว่ากำลังต้องเจอกับอะไรที่แผ่นดินใหม่ และมันยิ่งทำให้ผมอยากรู้เรื่องราวของคนพวกนี้ขึ้นไปอีก ว่าเขาคือใคร ทำไมต้องยอมเสี่ยงชีวิตมายังที่ที่พวกเขาไม่รู้จักและใครมีใครรู้จักพวกเขา”

ด้านงานการกำกับภาพของเรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ เพราะเป็นการรวมพลผู้กำกับภาพยนตรสารคดี และภาพยนตร์ชั้นนำของโลกถึง 12 คน หนึ่งในนั้นคือ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ ผู้กำกับภาพมือหนึ่งของเอเชีย เข้าของผลงาน Hero, In The Mood For Love และ 2046  โดยสิ่งที่ได้มาหลังการทุ่มเทถ่ายทำอันยาวนาน คือฟุตเทจความยาวรวมกันกว่า 1,000 ชั่วโมง จาก ทีมงานกว่า 200 ชีวิต แน่นอนว่าการตัดต่อออกมาให้เป็นเรื่องราวจากฟุตเทจทั้งหมดย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยฝีมือและปณิธานของ อ้าย เว่ย เว่ย ที่ต้องการสื่อสารกับคนดู ทำให้ นีลส์ พาร์ก แอนเดอร์เซน มือตัดต่อภาพยนตร์สารคดีระดับแถวหน้าของวงการนำทีมงานคุณภาพกว่า 7 คนเข้าร่วมโปรเจ็คนี้ด้วย เพื่อ อบประสบการณ์ที่จริงที่สุดให้กับผู้ชม ซึ่ง แอนเดอร์เซน กล่าวถึงงานนี้ว่า

“เรามีวัตถุดิบหลายชนิด ทั้งจากค่าย บทสัมภาษณ์ คำถามคือเราอยากเล่ามันออกมายังไง เรื่องแบบนี้เราสามารถเล่าให้จบภายใน 10 นาทียังได้ แต่สำหรับผู้ลี้ภัยที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้เป็นเดือน ๆ หรือปี ๆ เราอยากมอบความยุติธรรมให้กับพวกเขา”

และสุดท้าย เจ้าของโปรเจ็กต์อย่าง อ้าย เว่ย เว่ย ก็พูดถึงปัจจัยวำคัญของเรื่องนี้คือกลุ่มคนดูว่า            ผมไม่ต้องการให้คนมองว่าปัญหาของผู้ลี้ภัยเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นปัญหาเฉพาะประเทศ แต่ต้องการให้หนังเชื่อมโยงถึงคนทั้งโลกได้ตระหนักว่า ‘ทุกคนบนโลกเป็นมนุษย์เหมือนกัน’ เมื่อใดที่สิทธิความเป็นมนุษย์ของใครสักคนถูกทำลายลง ย่อมส่งผลต่อมนุษย์ทุกคนต่อไปในทางใดทางหนึ่ง หากผู้ลี้ภัยทั้ง 65 ล้านคนกลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้ชาติ นี่จะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของศตวรรษที่ 21 อย่างแน่นอน

โดยก่อนหน้านี้ Human Flow เคยออกฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่มาแล้วหลายแห่ง อาทิ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส, เทศกาลภาพยนตร์เทลยูไรด์, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ซึ่งทันทีหลังจากเปิดตัวฉายล้วนได้กวาดคำชมจากสื่อรายใหญ่ พร้อมได้รับการคาดหวังที่จะเข้าชิงรางวัลใหญ่แห่งปีอย่าง ออสการ์ ในสาขา ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม อีกด้วย รวมทั้งยังคว้าคะแนนการันตี ความยอดเยี่ยมจากสื่อมากมาย อาทิ เว็บไซต์รวมคำวิจารณ์ยอดฮิตอย่าง Rotten Tomatoes ที่กวาดไปกว่า 93%

โลกเรามี 195 ประเทศ  7 ทวีป แต่ไม่มีที่ไหนที่พวกเขาที่โดนเรียกว่า “ผู้ลี้ภัย” จะเรียกว่าบ้านได้จริงหรือ? มาร่วมพิสูจน์ไปด้วยกันกับผลงานภาพยนตร์สารคดีเรื่องเยี่ยม “Human Flow” ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนึ่งในค่ายผู้ลี้ภัยที่ไปถ่ายทำ

บรรยากาศในศูนย์อพยพ

เด็กน้อยผู้ลี้ภัย กับตำรวจที่กั้นเขตแดน

เหล่าผู้ลี้ภัยที่เพิ่งขึ้นจากเรือ

รอยยิ้มท่ามกลางความทุกข์

จะมีที่ไหนที่พวกเค้าเรียกว่าบ้านได้บ้าง

 

Human Flow (ตัวอย่าง ซับไทย)