ผลดีเอ็นเอชัด – ปิดคดีหวย 12 ล้าน – หนุ่มบุรีรัมย์ขอโทษผัวเมียเจ้าของตัวจริง

724

ปิดไป 1คดี กรณีหวย 12 ล้าน หนุ่มบุรีรัมย์ยอมรับ ผลตรวจดีเอ็นเอ ไร้รอยนิ้วมือตัวเองบนลอตเตอรี่รางวัล ที่ 1 พร้อมขอโทษคนถูกรางวัลตัวจริง ด้านสามีภรรยา ใจดีไม่เอาเรื่องทำให้เสื่อมเสีย

จากกรณีนายพันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง ชาว อำเภอนางรอง เข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าลอตเตอรี่ที่ตนเองถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2560 หมายเลข 715431 จำนวน 2 คู่ เป็นเงิน 12 ล้านบาท  ถูกขโมยไป

ต่อมาทราบว่ามีคนนำไปขึ้นเงิน เมื่อวันที่ 23-24 สิงหาคม ที่ผ่านมา คือ นายวิทยา ธนทรัพย์สิน และ นางขวัญศิริ ธนทรัพย์สิน สามีภรรยาชาวจังหวัดร้อยเอ็ด โดยทั้งคู่เข้าให้ปากคำว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 3 คู่ไม่ใช่ 2 คู่ ได้เงิน รางวัล 18 ล้านบาทไม่ใช่ 12 ล้าน พร้อมนำภาพถ่ายลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัล มาเป็นหลักฐาน ยืนยันความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่ด้วย

ล่าสุด เมื่อวานนี้ ผู้กำกับการ สภ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ นำหลักฐานผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งดีเอ็นเอ และลายนิ้วแฝงบนลอตเตอรี่ที่ได้รับมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสำนวนคดีที่เกี่ยวข้อง

แถลงผลคดีว่า จากหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอบนสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลงวดดังกล่าว ไม่พบลายนิ้วมือแฝงของนายพันธ์ศักดิ์ แต่มีลายนิ้วมือของ นายวิทยา และนางขวัญศิริ สรุปได้ว่า รางวัลดังกล่าวเป็นของ นายวิทยา อย่างถูกต้องคือ 18 ล้านบาท

ต่อมา นายวิทยา และ นายพันธ์ศักดิ์ เดินทางมารับทราบผลการตรวจ ดีเอ็นเอ ซึ่งตำรวจเชิญทั้งคู่มาเจรจา ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาแถลงข่าว โดยนายวิทยา ได้สอบถามนายพันธ์ศักดิ์ ต่อหน้าสื่อมวลชน และตำรวจ ว่า ยอมรับผลการตรวจดีเอ็นเอหรือไม่

นายพันธ์ศักดิ์ ได้ตอบว่า ยอมรับ แต่ยืนยันไม่มีเจตนาใส่ร้ายแต่อย่างไร และเมื่อผล ออกมาเช่นนี้ ก็ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว พร้อมขอโทษนายวิทยา และขอโทษสังคมที่มีกระแสก่อนหน้านี้

ขณะที่นายวิทยา กล่าวว่า ครั้งแรกจะฟ้องฐานหมิ่นประมาท และแจ้งความอันเป็นเท็จ แต่เห็นแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจกล่าวโทษตนเองตั้งแต่แรก ประกอบกับ นายพันธ์ศักดิ์ ยอมรับและขอโทษ จึงไม่ขอติดใจเอาความให้ยุติกันเพียงแค่นี้

ขณะที่ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อ นายพันธ์ศักดิ์ เนื่องจากมาแจ้งความว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลหายไปเท่านั้น ไม่ได้ระบุกกล่าวหานายวิทยา ส่วนพ่อเด็กที่ถูกพาดพิงว่าลูกชายเป็นคนขโมยนั้น ไม่มีหลักฐานว่าเป็นการหมิ่นประมาท การเชิญตัวมาให้ปากคำ เป็นเพียงการสืบสวนสอบสวนของตำรวจเท่านั้น