ตำรวจพบพิรุธ คำให้การของหนุ่มอ้างถูกตำรวจยัดยาบ้า ขอมีเซ็กซ์กับแม่แลกกับการปล่อยตัว

96

กรณีที่มีการเตือนภัยในโลกโซเชียล โดยหนุ่มอุบลราชธานี อ้างว่าถูกกลุ่มตำรวจยัดยาบ้าแถมขอมีเซ็กซ์ กับแม่เป็นค่าไถ่ตัว จนทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่  ล่าสุดตำรวจเรียกครอบครัวผู้เสียหายทุกคนสอบเพิ่มเติม โดยพบพิรุธคำให้การลูกชายซึ่งอ้างวกไปวนมา 

    

โลกออนไลน์เปิดเผยเหตุการณ์เตือนภัยสังคม กรณีชายอายุ 25 ปี ถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจหรือทหารในพื้นที่ชายแดน ตั้งด่านในพื้นที่จ.อุบลราชธานี ก่อนยัดยาบ้า 10 เม็ด  ถูกยึดโทรศัพท์มือถือและเงิน 500 บาท ต่อมาชายที่อ้างเป็นตำรวจติดต่อแม่ของชายที่ถูกจับเพื่อขอร่วมหลับนอนแลกกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดีกับลูก

ชายผู้เสียหาย เล่าว่าเหตุเกิดวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะนั้นเขาขี่รถจักรยานยนต์ไปหาแฟนที่ จ.อุดรธานี    เมื่อถึงบริเวณแยกถ้ำเสือ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี มีชาย 3 คนแต่งกายคล้ายตำรวจ 1 คน แต่งกายคล้ายทหาร 2 คน เรียกให้หยุดรถและตรวจค้นกระเป๋าสะพายหลังซึ่งพบยาบ้า 10 เม็ด ต่อมาบอกให้โทรศัพท์ไปหาแม่ เนื่องจากมีข้อแลกเปลี่ยนเพื่อปล่อยตัวตน

ด้านแม่ผู้เสียหาย  เล่าว่าเมื่อได้รับโทรศัพท์จากชายดังกล่าว  เขาอ้างเป็นตำรวจภูธรดอนตาล  จ.มุกดาหาร  และขอให้เธอรับเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก พร้อมเสนอเรียกเงิน 3 แสนบาทแลกกับการไม่ดำเนินคดีและถ้าให้ปล่อยตัวลูกชาย  ต้องยอมร่วมหลับนอนกับชายดังกล่าว

ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร  เปิดเผยว่าภายหลังเกิดเหตุแม่ของผู้เสียหายเข้าสอบถามตำรวจภูธรดอนตาล ตำรวจจึงวางแผนให้กลุ่มผู้ก่อเหตุมาพบกับผู้เสียหายในรีสอร์ทแห่ง แต่ไม่มาตามนัดคาดรู้ความเคลื่อนไหวตำรวจ แต่หลังจากนั้นตำรวจเรียกผู้เสียหายและแม่ผู้เสียหายสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมเรียกตำรวจทุกคนมาให้ชี้ตัว ซึ่งผู้เสียหายยืนยันไม่ใช่กลุ่มคนก่อเหตุ อีกทั้งยังพบพิรุธหลายอย่าง จากคำให้การของผู้เสียหาย

ขณะที่ตำรวจภูธรเขมราฐ  จ.อุบลราชธานี ตรวจสอบทุกรีสอร์ทใน อ.เขมราฐ  พบว่าผู้เสียหายเข้าพักที่รีสอร์ทดังกล่าวจริง โดยพนักงานรีสอร์ทให้การว่าผู้เสียหายออกจากรีสอร์ทตอนเที่ยงวันที่  26 พฤศจิกายน แต่ยังมีคำให้การบางอย่าง ขัดแย้งกับคำให้การของผู้เสียหาย

ล่าสุดตำรวจเตรียมส่งตัวผู้เสียหายเข้าเครื่องจับเท็จของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหาความจริงต่อไป  ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริงจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีเพราะเป็นความผิดอาญาแต่หากไม่ใช่เรื่องจริง ผู้ที่ให้ข้อมูลเท็จทั้งหมด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาให้การเท็จเช่นกัน   

                                                                                                          สิกิตตรี เกิดมงคล 

                                                                                                               รายงาน