คมธรรมประจำวันกับท่าน ว.วชิรเมธี ตอน คติพระโพธิสัตว์

65

ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะสังเกตได้ว่า พระเมรุมาศและอาคารประกอบนั้น ล้วนมีความหมายในการออกแบบทั้งสิ้น สกู๊ปคมธรรมประจำวันกับท่าน ว.วชิรเมธี พระอาจารย์จึงนำความหมายของการออกแบบพระเมรุมาศและอาคารประกอบมาฝากดังนี้

ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เราจะพบว่า สถาปนิคได้ออกแบบพระเมรุมาศให้สอดคล้องต้องกันกับจักรวาลวิทยาแบบพุทธและแบบพราหมณ์

แบบพราหมณ์ คือ ถือกันว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น “สมมุติเทพ” เพราะฉะนั้นเมื่อสวรรคตแล้วจึงคืนสู่ทิพยภาวะกลับไปสู่ความเป็นเทพอีกครั้งหนึ่ง

แบบพุทธ คือ ถือกันว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น “พระธรรมราชา” และทรงเป็น “พระโพธิสัตว์” ที่อวตารลงมาบำเพ็ญบุญญาบารมี เมื่อสวรรคตแล้วก็จึงกลับคืนสู่สวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นที่ประทับของพระโพธิสัตว์

ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาท่านระบุว่า พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์จะมีปณิธานเหมือนกันได้แก่

๑. เราตื่นแล้ว ก็ปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นตื่นตาม

๒. เราพ้นแล้ว ก็ปรารถนาจะให้ผู้อื่นพ้นตาม

๓. เราข้ามได้แล้ว ก็ปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นข้ามตาม

ถ้าเราเข้าใจปณิธานของพระโพธิสัตว์ก็จะเข้าใจได้ว่า ทำไมในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงทรงทุ่มเท ทำงานอย่างหนักตลอดพระชนมชีพ

คมธรรมประจำวันนี้ก็คือ

                เราทุกคนก็เป็นพระโพธิสัตว์ได้หากถือคติว่า จะขออุทิศตนช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด