เปิดความสัมพันธ์ ครูอ๋อง กับขบวนการว่าจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์

114

หลังตำรวจออกหมายจับครูจอมทรัพย์และครูอ๋อง ในข้อหาเบิกความเท็จและซ่องโจร ซึ่งต่อมาในชั้นสอบสวนกลุ่มขบวนการว่าจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ยอมเผยหมดเปลือก ว่าร่วมกันสร้างพยานเท็จจริง ผู้ต้องหาที่อยู่ในขบวนการนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร จนนำไปสู่การสร้างพยานเท็จ   

ตำรวจยังคงเร่งสอบสวนกับกลุ่มผู้ต้องหา ในขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อรับผิดแทนนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร  ผู้ต้องหาขับรถชนคนตายที่กลายเป็นคดีโด่งดัง หลังได้รับอภัยโทษแล้วออกมาขอให้มีการรื้อฟื้นคดี  อ้างตัวเธอตกเป็นแพะแต่ในที่สุด ศาลยกคำร้องเพราะพบว่าการขอให้รื้อฟื้นคดีมีพิรุธ นำไปสู่การดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่สร้างพยานหลักฐาน รวมทั้งครูจอมทรัพย์ที่ต้องถูกจับกุมและเข้าไปนอนในคุกเป็นรอบที่สอง

ผลการสอบสวนพบว่าขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อรับผิดแทนครูจอมทรัพย์มีครูอ๋องและครูจอมทรัพย์เป็นคนสำคัญ ตำรวจเผยขั้นตอนการสร้างพยานเท็จมีครูจอมทรัพย์เป็นต้นคิดวางแผนเซ็นมอบอำนาจให้ครูอ๋องดำเนินการตั้งแต่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งหากการรื้อคดีสำเร็จคาดว่าได้รับเงินเยียวยาประมาณ 40-50 ล้านบาท พร้อมบรรจุกลับเป็นข้าราชการครู และเมื่อย้อนกลับไปดูความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนในขบวนการนี้ ครูอ๋องอ้างว่าช่วยเหลือครูจอมทรัพย์เพราะเป็นเพื่อนสนิท

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างครูอ๋องกับพยานเท็จคนอื่นๆ เช่น นายเสริฐ  รูปสะอาด เป็นลูกน้องเก่าของครูอ๋องที่เคยรับจ้างตัดไม้ให้ ขณะครูอ๋องทำธุรกิจค้าไม้หวงห้าม ในคดีนี้เขายอมรับสารภาพกับตำรวจภูธรเรณูนครว่าถูกว่าจ้างให้รับผิดแทนครูจอมทรัพย์จริง แต่เนื่องจากขับรถยนต์ไม่เป็นครูอ๋องจึงไปจ้างนายสับ วาปี แทน นายสับ วาปี เป็นอดีตผู้ต้องหาคดีตัดไม้ในเขตป่าสงวนเมื่อ ปี 2556  โดยครั้งนั้นครูอ๋องเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องคดีความ ทำให้นายสับ ยอมช่วยเหลือ รับผิดแทนครูจอมทรัพย์ ด้วยเงินค่าจ้าง  4 แสนบาท

ส่วนครูอ๋อง หรือ นายสุริยา  นวลเจริญ ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่เป็นผู้จัดตั้งขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์  มีประวัติถูกดำเนินคดี มาถึง 4 ครั้ง  ครั้งแรก  23 พฤษภาคม 2537  สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ดำเนินคดี ข้อหาแปรรูปไม้โดยผิด ครั้งที่2 เมื่อ  15 เมษายน 2555  ถูกดำเนินคดีในข้อหา มีไม้พะยูงหวงห้าม ในพื้นที่ สภ.คำชะอี ต่อมา 26 ตุลาคม 2555  สภ.เมืองมุกดาหาร  ดำเนินคดีข้อหามีไม้พะยูงหวงห้าม โดยศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุก  3 เดือน  แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง  รอการพิจารณาศาลฎีกาและครั้งที่ 4  สภ.คำชะอี  ดำเนินคดีข้อหาสนับสนุนทำไม้แปรรูปผิดกฎหมาย เมื่อ 21 พฤษภาคม 2560   จึงถือว่าเป็นบุคคลที่มีประวัติอาชญากรที่พัวพันขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ จนทำให้ต้องถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2555 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง

ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง  อธิบดีดีเอสไอ  เปิดเผยสัปดาห์หน้าจะเรียกสอบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 9 คนที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีครูจอมทรัพย์

                                                                                                            สิกิตตรี เกิดมงคล

                                                                                                                 รายงาน