ครอบครัว”น้องเมย”ข้องใจผลชันสูตร เลือดคั่ง”ตับ-ม้าม”

807

ครอบครัวน้องเมย” ตั้งโต๊ะแถลง วอนกองทัพ ตามหาตัวผู้กระทำผิด ไขความจริงต้นตอการเสียชีวิต “น้องเมย” ข้องใจผลชันสูตร เลือดคั่งที่ตับและม้าม

ความคืบหน้ากรณี นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ      เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยครอบครัวยังติดใจอยู่หลายประเด็น ทั้งเรื่องการที่แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ระบุสาเหตุว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว โดยเด็กไม่มีโรคประจำตัว รวมทั้งการผ่าพิสูจน์ศพที่ได้นำอวัยวะภายใน สมอง หัวใจ และกระเพาะออกไป

นอกจากนี้ยังพบว่าก่อนหน้าจะเสียชีวิตเคยถูกทำโทษ ที่เรียกว่าการ “ธำรงวินัย” หรือการ “ซ่อม” อย่างรุนแรงหลายรูปแบบจากรุ่นพี่ด้วย โดยขณะนี้ศพถูกส่งมาชันสูตร หาสาเหตุที่แท้จริงอีกรอบที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ขณะเดียวกัน ผู้บังคับกองพันนักเรียนเตรียมทหาร ถูกสั่งย้ายเข้าประจำหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส

ล่าสุดพ่อ แม่ และพี่สาวของ “น้องเมย” ได้แถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนที่ จังหวัดชลบุรี อีกครั้ง เพื่อขอบคุณ นายกรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้โอกาสกับทางครอบครัว และรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม โดยสิ่งที่ครอบครัวอยากฝากไปยังผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่าน คือ การสร้างความกระจ่างเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งหากเกิดจากการถูกกระทำให้เสียชีวิต ก็ขอให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมขอร้อง ผู้ไม่หวังดี หยุดการให้ร้ายผู้ตายว่าฆ่าตัวตายเอง หรือแม้แต่เกิดจากโรคประจำตัว

ขณะนี้ครอบครัวได้รับเอกสารผลการชันสูตรร่างกาย “น้องเมย” จากสถาบันพยาธิวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ซึ่งเป็นสถาบันแรก ที่ทำการผ่าพิสูจน์แล้วจำนวน 2 แผ่น เบื้องต้นพบว่ากระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 ด้านขวาหัก ตรงกันกับข้อมูลเดิม แต่สิ่งที่ครอบครัวสงสัย คือ ผลการชันสูตรในครั้งแรก เรื่องการตรวจสอบชิ้นเนื้อทางกล้องจุลทรรศน์ บริเวณตับ พบมีการคั่งของเลือดเล็กน้อย เช่นเดียวกับ ม้าม ซึ่งจุดนี้ค่อนข้างอยู่ห่างจากจุดที่ทำ CPR โดยมีแพทย์รายหนึ่ง ได้อธิบายว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากการอัดกระแทกอย่างแรง

ครอบครัว”น้องเมย” ยืนยันว่า การออกมาให้ข่าวต่างๆ ไม่มีจุดประสงค์ ที่จะโจมตีกองทัพ หรือโรงเรียนเตรียมทหารให้ได้รับความเสียหาย เพียงแต่ต้องการเรียกร้องให้บุคลากรในโรงเรียน ไม่ปล่อยปละละเลยผู้อยู่ในการดูแล จนเกิดเรื่องน่าเศร้า และหลังจากนี้ครอบครัว ก็จะยังคงจะเดินหน้าหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อให้ได้ความกระจ่าง