ตร.แจงคลิปวิน จยย.รับจ้างทำร้าย นร. พบถูกรุมทำร้ายก่อน -เอาผิดคนแพร่คลิป

273

โลกออนไลน์แชร์คลิปกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างรุมทำร้ายนักเรียนชายคนหนึ่ง กลางถนนย่านสามเสน เหตุเพราะไม่พอใจที่ถูกขี่รถปาดหน้าและเกิดการมองเขม่นกัน  ล่าสุดพบว่าฝ่ายนักเรียนชายเข้ารุมทำร้ายคู่กรณีก่อน  โดยตำรวจได้ดำเนินคดีกับทั้ง2ฝ่ายแล้ว  ขณะที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำ  หากเกิดกรณีดังกล่าวควรส่งยิ้มให้แทน  เพื่อลดปัญหาความรุนแรง

นี่เป็นคลิปเหตุการณ์ ขณะกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างกำลังรุมทำร้ายนักเรียนชายคนหนึ่ง กลางถนนย่านสามเสน    โดยใช้หมวกกันน็อกฟาดเข้าที่ศีรษะและใช้เท้ากระทืบไม่ยั้ง  ท่ามกลางเสียงตะโกนห้ามจากชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น  กระทั่งกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างจะพากันเดินออกจากที่เกิดเหตุ  นักเรียนชายดังกล่าวจึงรีบลุกขึ้นนั่ง ก่อนที่หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุจะกลับมาพยายามทำร้ายซ้ำเคราะห์ดีที่ชาวบ้านช่วยห้ามไว้ทัน

ตำรวจระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เรียกตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำ  พบว่าฝ่ายนักเรียนชายเข้ารุมทำร้ายฝ่ายวินรถจักรยานยนต์รับจ้างก่อน  โดยนักเรียนคนดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้าคู่กรณี  จากนั้นก็ได้ขี่แยกย้ายกันไปกระทั่งขี่มาเจอกันอีกครั้ง ฝ่ายวินรถจักรยานยนต์รับจ้างจึงตำหนินักเรียนชายรายนี้ถึงมารยาทการใช้รถใช้ถนน จากนั้นเพื่อนของนักเรียนชายดังกล่าวประมาณ 4-5  คน ก็ได้เข้ามารุมทำร้าย ทำให้เพื่อนวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเข้ามาช่วยเพื่อนของนักเรียนชายจึงพากันวิ่งหนี  ทิ้งไว้เพียงนักเรียนคนดังกล่าวตามที่ปรากฏในคลิป  ซึ่งเป็นเพียงบางช่วงบางตอนของเหตุการณ์เท่านั้น

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บกับทั้งสองฝ่า แม้ว่าจากการสอบสวนและเจรจากันแล้วทั้งสองฝ่ายจะไม่ติดใจเอาความกันก็ตาม  นอกจากนี้ยังได้เชิญอาจารย์ ผู้ปกครองและหัวหน้าวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง   เข้าหารือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการล้างแค้นกันภายหลัง

ขณะที่พลตำรวจเอกวิระชัย  ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากถึงประชาชนเรื่องการใช้รถใช้ถนนขอให้ทุกฝ่ายมีสติ รู้จักให้อภัยและส่งยิ้มให้แทน เพื่อลดปัญหาความรุนแรงที่จะนำมาสู่คดีความต่างๆได้  ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนั้นได้เตรียมเอาผิดกับผู้ที่นำคลิปวิดีโอดังกล่าวมาเผยแพร่ ฐานหมิ่นประมาท เนื่องจากไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย