ปิดฉาก คดีครูจอมทรัพย์ ศาลฎีกายกคำร้อง ยันไม่ใช่แพะ เหตุไม่มีหลักฐานใหม่

165

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอีกครั้ง  เมื่อวันนี้ศาลฎีกาตัดสินยกคำร้องรื้อคดีครูจอมทรัพย์     เนื่องจากพยานหลักฐานของครูจอมทรัพย์ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่  รวมทั้งยังมีพิรุธปิดฉากคดีที่รื้อฟื้นกันอย่างยาวนาน หลังนางจอมทรัพย์  แสนเมืองโคตร อดีตครูที่ตกเป็นผู้ต้องหาขับรถชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี  2 เดือน ก่อนจะได้รับอภัยโทษ เมื่อปี 2558  ออกมาขอให้รื้อฟื้นคดี โดยระบุว่าตัวเธอตกเป็นแพะ

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตในพื้นที่สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อปี 2548 ต่อมาถูกศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับอภัยโทษเมื่อ ปี 2558 ซึ่งเธอภาออกมาเรียกร้องให้มีการรื้อฟื้นคดี โดยอ้างว่าตกเป็นแพะซึ่งการรื้อฟื้นใช้เวลาอย่างยาวนาน ทั้งฝ่ายครูจอมทรัพย์และตำรวจ ต่างงัดหลักฐานมาแสดง เพื่อยืนยันเรื่องราวที่เกิดขึ้น ล่าสุดวันนี้เธอเดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีจากศาลฎีกา ที่จะชี้ชะตาที่ศาลจังหวัดนครพนม

ย้อนกลับไปดูการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ ปี 2556 หลานสาวครูจอมทรัพย์เป็นผู้ยื่นร้องเรียนกระทรวงยุติธรรมให้รื้อฟื้นคดีกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ศาลจังหวัดนครพนมนัดสืบพยานฝั่งผู้ร้องเรียนคือครูจอมทรัพย์ และผู้คัดค้านคือตำรวจ ฝ่ายครูจอมทรัพย์เบิกพยาน  11 ราย มีพยานใหม่คือนายสับ วาปี  ชาวมุกดาหาร อายุ 60  ปี  ที่รับสารภาพกับตำรวจว่าเขาคือผู้ก่อเหตุตัวจริงในปี 2557 ขณะที่ฝ่ายทนายครูจอมทรัพย์ยันหลักฐานผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รถกระบะครูจอมทรัพย์ ไม่พบร่องรอยการชนด้านขวาของตัวรถ

ขณะที่ฝ่ายคัดค้านคือตำรวจเตรียมพยานเป็นนายเสริฐ  รูปสะอาด เขายืนยันว่านายสุริยา นวลเจริญ หรือ “ครูอ๋อง”  เพื่อนของครูจอมทรัพย์ มาหาเพื่อว่าจ้างให้รับสารภาพแทนปี 2556 และมีหลักฐานใบบันทึกประจำวัน 23 ธ.ค. 2556  นายเสริฐ  สารภาพเป็นผู้ก่อเหตุกับตำรวจภูธรเรณูนคร ขณะที่  19 พ.ค. 2557 นายสับ วาปี ไปรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถชนคนตายกับตำรวจภูธรนาโดนฝ่ายคัดค้านยังเบิกตัวพยานอีกคน คือ นายอุบล ไชยบัน  ชาวมุกดาหาร ผู้ครอบครองรถกระบะของนายสับ โดยยืนยันวันเกิดเหตุรถนายสับจอดอยู่บ้านเขา

ขณะที่นางไสว  แสนเมืองโคตร  ชาวสกลนคร  พยานอีกคนเปิดเผยว่าลูกชายเธอซื้อรถต่อจากครูจอมทรัพย์  โดยวันเกิดเหตุครูจอมทรัพย์ได้ขอยืมรถลูกชายไปทำธุระต่อ  กระทั่งเช้าวันที่  12 มีนาคม  2548 ครูจอมทรัพย์นำรถมาคืน  พร้อมล้างรถให้ในสภาพใหม่ บ่ายวันนี้ศาลจังหวัดนครพนมอ่านคำพิพากษาคดีของศาลฎีกา  โดยไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีครูจอมทรัพย์  เชื่อมีขบวนการรับจ้างรับผิดแทนจึงมีคำสั่งยกคำร้องของนางจอมทรัพย์ เนื่องจากพยานหลักฐานของนางจอมทรัพย์ที่นำสืบไม่น่าเชื่อถือและไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่  รวมทั้งยังมีพิรุธเป็นการปิดฉากคดีมหากาพย์ ที่ใช้เวลาพิจารณายาวนานซึ่งหลังฟังคำพิพากษา นางจอมทรัพย์มีสีหน้าที่เคร่งเครียด

หลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 4 จะประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ เกี่ยวกับการเบิกพยานเท็จ  รวมถึงขบวนการรับจ้างสารภาพแทน

                                                                                                          สิกิตตรี  เกิดมงคล

                                                                                                              รายงาน