แจ้งข้อหาเพิ่ม หมอยอร์น พยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง ชี้ชนแล้วหยุดรถก่อนขับทับ รปภ.

311

ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่ม นายแพทย์ยอร์น จิระนคร พยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์ หลังขับรถชนพนักงานรักษาความปลอดภัย แล้วลากร่างไปไกลกว่า 20 เมตร

ความคืบหน้ากรณีคลิปเหตุการณ์ราว 20.00 น. ของวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายสมชาย ยามดี อายุ  22 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย ถูกรถเก๋งพุ่งชนขณะเดินไปปิดประตูรั้วเหล็กกระทรวงสาธารณสุข จนล้มลงกับพื้นถนน จากนั้นรถเก๋งคันดังกล่าวจอดนิ่งอยู่ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนทับและยังลากร่างเขาไปไกลกว่า 20 เมตร

ต่อมานายแพทย์ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12  ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมายอมรับขณะเข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าว่า เขาเป็นคนขับรถชนพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่อ้างว่าวันเกิดเหตุถนนมืดจนมองไม่เห็น จึงขับชนประตูรั้วเหล็กที่ปิดอยู่ ก่อนจะชนนายสมชายโดยไม่รู้ว่าชนคน และไม่มีเจตนาลากร่างผู้บาดเจ็บ ส่วนกรณีที่มีพยานระบุว่าเขามีอาการคล้ายเมาสุรา และปฏิเสธการเป่าตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์  ขอให้การกับตำรวจเท่านั้น ซึ่งในวันเกิดเหตุเขาอ้างว่าบาดเจ็บและขอใช้สิทธิ์รักษาตัว ตำรวจจึงยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา

วานนี้ (14/11/60) นายแพทย์ยอร์นเข้าให้ปากคำกับพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สภ.เมืองนนทบุรี ก่อนจะยื่นประกันตัวต่อพนักงานสอบสวนด้วยเงิน 5 แสนบาท และใช้ตำแหน่งขอประกันตัว โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พลตำรวจเอกวิระชัยเปิดเผยว่า หลังจากได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายและภาพวิดีโอได้ตั้งข้อกล่าวหานายแพทย์ยอร์นทั้งหมด 4 ข้อกล่าวหา คือ 1.ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส 2.ขับขี่รถยนต์ขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส 3.ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานกรณีปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์ และ 4.พยายามฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  สำหรับการกระทำของผู้ต้องหาต่างกรรมต่างวาระ

ตามหลักฐาน คือวาระแรกได้ขับรถชนประตูรั้วเหล็กก่อนจะชนพนักงานรักษาความปลอดภัยจนล้ม และวาระที่สองคือมีการหยุดรถ จากนั้นได้เคลื่อนรถต่อ ถือว่าไตร่ตรองไว้ก่อน

ส่วนกรณีที่มีคนอ้างว่าในวันเกิดเหตุ นายแพทย์ยอร์นมีการโทรศัพท์ประสานกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้มาขอนั้น พลตำรวจเอกวิระชัย ยืนยันว่าไม่มี และคดีนี้จะเป็นคนกำกับดูแลงานด้านสอบสวนด้วยตัวเอง ยืนยันกระทำแบบตรงไปตรงมา และให้ความสำคัญกับคนเจ็บเท่าเทียมกัน ซึ่งผู้กระทำมีตำแหน่งสูง ยิ่งต้องมีวุฒิภาวะสูงเช่นกัน

หลังการสอบปากคำรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาต พร้อมผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี ได้เดินทางไปยังกระทรวงสาธารณสุข บริเวณประตู 2 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ โดยได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนบันทึกภาพอย่างละเอียดตั้งแต่วินาทีเกิดเหตุ พร้อมสอบถามเรื่องราวจากเพื่อนพนักงานรักษาความปลอดภัยของผู้บาดเจ็บด้วย

ด้านนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขานุการมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้แจ้งข้อกล่าวหานายแพทย์ยอร์น ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายเมาไม่ขับ เพื่อลดข้อครหาในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

และให้ความเห็นกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ตรวจแอลกอฮอล์ มีสาเหตุเดียว คือ คนที่จะไม่ให้ตรวจเพราะรู้ว่าตัวเองเมา ซึ่งในเรื่องข้อกฎหมายปัจจุบันกรณีนี้ให้อยู่ในดุลพินิจเจ้าพนักงานอย่างเดียว ซึ่งการใช้ดุลพินิจแบบนี้เป็นอันตราย ตำรวจจึงควรที่จะต้องตรวจแอลกอฮอล์ เพื่อให้เป็นมาตรฐาน

สำหรับกรณีนายแพทย์ยอร์น ที่ปฏิเสธการตรวจแอลกอฮอล์ ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโครงการเมาไม่ขับที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มูลนิธิจะทำหนังสือและเดินทางไปกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนวินัย กรณีเป็นข้าราชการระดับสูงผิดวินัยร้ายแรงด้วย