CPR ปฏิบัติการฟื้นคืนชีพ ช่วยชีวิตผู้ป่วยหยุดหายใจ

109

จากกรณีนายธนัท ฉิมท้วม หรือโจ บอยสเก๊าท์ นักร้องชื่อดังหมดสติขณะแสดงมินิคอนเสิร์ตในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง และเสียชีวิต จากการวินิจฉัยของแพทย์พบว่ามีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงาน เหตุการณ์นี้กลายเป็นกรณีศึกษาที่กระตุ้นให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หมดสติ ด้วยการทำ CPR และการทำ CPR คืออะไร ใครสามารถทำ CPR ได้บ้าง

นี่เป็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะที่นายธนัท ฉิมท้วม หรือ โจ บอยสเก๊าท์ นักร้องชื่อดังอายุ 44 ปี หมดสติ ขณะแสดงมินิคอนเสิร์ตในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน โดยเขาเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงานเฉียบพลัน

โดยบางช่วงในคลิปวิดีโอมีการพูดถึงการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR  แต่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่มีอาการตื่นตกใจ และยังไม่กล้าทำ CPR ทันที

การทำ CPR หรือ ปั๊มหัวใจ ควรทำทันทีหรือไม่เกิน 4 นาที หลังพบว่าผู้ป่วยไม่หายใจ เพราะหากนานกว่านั้นโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยก็จะลดลงทุกๆนาที

ขั้นตอนการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หมดสติ ให้เริ่มที่การตรวจดูความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ, ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงดังและตบไหล่ทั้ง 2 ข้าง จากนั้นรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากรถกู้ชีพฉุกเฉิน  สังเกตอาการผู้ป่วยหากไม่มีการตอบสนอง ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ให้รีบ CPR หรือปั๊มหัวใจ โดยดูตำแหน่งระหว่างหัวนมจากนั้นประสานมือให้แน่น แขนตึงแล้วกดลงไปด้วยความถี่ 100-120 ครั้งต่อนาที  ความลึกในการปั๊มหัวใจ 5-6 เซนติเมตร และห้ามหยุด จนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวหรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉินจะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ และอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น คือ การใช้เครื่อง AED หรือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติร่วมด้วย

การทำ CPR หรือปั๊มหัวใจ สามารถทำได้ทุกคน หากมีการให้ความรู้และมีการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงก็สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงานเฉียบพลัน คือ อายุที่มากขึ้น, กรรมพันธุ์, พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอหรือความเครียด และมองข้ามการตรวจสุขภาพ

ข้อปฏิบัติที่ดีที่สุด หากพบผู้ป่วยมีอาการหมดสติและไม่หายใจ แต่ไม่มีความรู้เรื่องการทำ CPR หรือปั๊มหัวใจ ให้โทรศัพท์ไปที่สายด่วน 1669 ทันที เพื่อแจ้งรถกู้ชีพฉุกเฉินหรือรับคำแนะนำในการช่วยชีวิตผู้ป่วย ระหว่างที่รถพยาบาลกำลังเดินทาง เพราะนั้นหมายถึงโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย

ญาณิชสา  ศิริมูลกุล 

รายงาน