เจาะเกาะติด จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อโอนเงินเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

646

กรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับทางการไต้หวันจับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่มีคนไทยร่วมกับชาวไต้หวัน หลอกเหยื่อกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหาย 200 ล้านบาท

บทสนทนาระหว่างชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ เขาพยายามสอบถามข้อมูลส่วนตัวและข่มขู่หญิงสาว ทางโทรศัพท์  แต่หญิงสาวไหวตัวทัน สันนิษฐานว่า ปลายสายที่โทรมาน่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงบันทึกคลิประหว่างการสนทนา และนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เพื่อเตือนภัยให้รู้เท่าทันกลุ่มมิจฉาชีพ

หญิงสาวรายนี้บอกว่า เธอเกือบตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเครือข่ายนี้เริ่มทำงานด้วยการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีพัสดุตกค้าง ซึ่งเป็นของผิดกฎหมาย ก่อนจะส่งให้คุยโทรศัพท์กับชายอีกคนที่ อ้างตัวเป็นตำรวจภูธรภาค 4 ยศร้อยตำรวจเอก พยายามหลอกถามข้อมูลส่วนตัวและข่มขู่เหยื่อว่าจะออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงิน แต่เธอจับพิรุธได้ว่าน่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะสำเนียงการพูดปลายสาย พูดภาษาไทยไม่ชัด

แต่มีเหยื่อหลายคน หลงเชื่อ เช่นเดียวกับ หญิงสาวคนหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เธอตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินไปกว่า หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นบาท โดยคนร้ายใช้วิธีเดียวกัน

ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับทางการประเทศไต้หวัน แลกเปลี่ยนข้อมูลสืบสวนจนกระทั่งสามารถทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ในประเทศไต้หวัน จับคนไทยที่ร่วมเครือข่าย 18 คน และชาวไต้หวัน 7 คน โดยคนร้ายจะใช้วิธีโทรศัพท์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต Voice over internet protocol หรือ VOIP ซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้รับเห็นเบอร์โทรศัพท์ ตามที่กลุ่มคนร้ายต้องการ ซึ่งจะแสดงเบอร์ว่าโทรจากไปรษณีย์ไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ และเมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชี ก็จะมีผู้ทำหน้าที่กดเงินออกทันที

แก๊งคอลเซนเตอร์นับว่าเป็นปัญหาอาชญากรรมที่มีมานาน โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีและบทสนทนาอยู่ตลอด เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามประชาสัมพันธ์และเตือนภัย ปราบปรามอย่างจริงจัง สามารถจับเครือข่ายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มากในแต่ละปี แต่แนวโน้มของผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อก็ยังไม่ลดลง

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน