เปลี่ยนความเศร้าเป็นพลัง สานต่อปณิธาน ในหลวง รัชกาลที่ ๙

1020

ในหัวใจพสกนิกรชาวไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นมากกว่าพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรม แต่ทรงเป็นครูผู้มอบหลักธรรม คำสอนอันดีงามในการดำเนินชีวิต และในวันนี้แม้พระองค์จะเสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย แต่แนวทางในการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าจากพระองค์ยังคงอยู่ เราจึงควรเช็ดน้ำตา แล้วเปลี่ยนความเศร้าให้เป็นพลัง ในการสานต่อปณิธานการทำความดี เพื่อแสดงให้เห็นว่า พระองค์จะยังสถิตในดวงใจเราตราบนิจนิรันดร์

  

นิว – วงศกร ปรมัตถากร

 “ปีที่ผ่านมา ทุกคนต่างเศร้าเสียใจ แต่ถึงแม้ท่านจะไม่อยู่แล้ว  แต่คำสอนท่านยังอยู่นะ  ถึงวันนี้เราควรเลือกที่จะหยุดความเสียใจ แล้วตั้งใจใช้ชีวิตด้วยคำสอนจากท่าน  สิ่งที่ท่านทำไว้ให้เรามีมากมาย  เราลองคิดดูมั้ยว่า จะทำยังไงกับสิ่งที่ท่านทิ้งไว้ให้เรา  จะใช้ประโยชน์จากมัน  ศึกษาเรียนรู้จากมันได้อย่างไร  ส่วนตัวผมเลือกที่จะเริ่มจากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ  ด้วยการพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องมากขึ้น  เรื่องใดก็ตามที่รู้ว่าผิดก็จะไม่ทำ เช่น การขับรถ  ผมจะไม่จอดในที่ห้ามจอด  เห็นไฟเหลืองเตรียมจะไฟแดงก็ไม่เร่ง   ตรงไหนที่ไม่ให้กลับรถก็จะไม่ทำ  แม้จะไม่มีใครเห็น  เรียกว่ามีความละอายที่จะทำความผิดมากขึ้นก็ได้  แล้วถ้าทุกคนช่วยกัน เคารพกฎจราจร  ไม่เห็นแก่ตัว  ไม่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม  ทำอะไรผิดแล้วยอมรับ มี น้ำใจให้กัน  ไม่เอาเปรียบใคร  ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีแล้ว

การจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่านไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่  ลองเริ่มจากการทำอะไรง่าย ๆ ใกล้ตัวที่ทำได้จริง ๆ ใส่ใจคนรอบข้าง ไม่เอาเปรียบใคร ช่วยเหลือคนอื่นตามกำลัง หวังดีกับทุกคนอย่างจริงใจ ผมว่าแค่นี้ก็ดีมากแล้ว  คิดดูว่าถ้าเราได้อยู่ในสังคมที่ไม่มีใครจ้องเอาเปรียบกันจะดีแค่ไหน  พระองค์ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่างมามากแล้ว  ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะทำตามแล้ว  ผมตั้งปณิธานแล้วว่าจะทำความดีต่อไปเรื่อย ๆ ความดีไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ สิ่งที่ดีก็คือสิ่งที่ดี  จะเล็กน้อยแค่ไหนมันก็มีคุณค่าเท่าเสมอ”

 

นาว – ทิสานาฏ ศรศึก

  หลักธรรม คำสอนจากพระองค์ท่านที่นาวตั้งใจทำ นำใช้ในชีวิตประจำวันก็คือความพอเพียงค่ะ จริง ๆ คำนี้ใครก็พูดได้  แต่จะทำได้จริงก็อีกเรื่อง  ความพอเพียงสำหรับนาวไม่ใช่แค่เรื่องวัตถุ แต่เป็นเรื่องจิตใจด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นาวรู้สึกว่า  ตัวเองเป็นคนคิดเยอะ คิดมาก คิดแล้วเป็นทุกข์ พอได้ลองมานึกถึง คำสอนของพระองค์ท่านว่าให้พอเพียง  พอแล้ว แค่นี้ก็มีความสุขได้แล้ว  ก็ทำให้เรานึกได้ว่า สิ่งที่เราคิดมันทำร้ายจิตใจเรา ทำให้เราไม่มีความสุข  ฉะนั้นเราควรมีสติ และพอกับความคิดแบบนี้  เราควรคิดถึงสิ่งดี ๆ สิ่งที่เรามีความสุข และพอดีกับตัวเรา ถ้าใจเราคิดพอแล้ว คิดได้ว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง  ที่ไม่ใช่การมีมาก ๆ เพื่อโอ้อวดคนอื่น  เราก็จะมีความสุข

ช่วงที่ผ่านมาตัวนาวเองก็มีหลายอย่างเปลี่ยนไป เช่น เรื่องขับรถ ถ้าเป็นแต่ก่อน พอเห็นไฟเหลืองก็จะรีบเร่งเครื่องเพื่อจะไปให้ทันก่อนไฟแดง แต่ตอนนี้นาวใจเย็นขึ้น  เพราะอยากเป็นจุดเล็ก  ๆ ของสังคมที่ทำดี  และถ้าเราคิดว่าทำเพื่อสังคมเราทำได้มากสุดก็เต็มร้อย แต่ถ้าเราคิดว่าทำเพื่อพระองค์ท่านด้วย  มันจะทำให้เรามีแรงใจที่จะทำได้ความดีเพิ่มขึ้นอีก  และไม่ต้องทำแต่เรื่องใหญ่ ๆ แค่ถ้าเราทุกคนช่วยกันทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกัน บ้านเมืองก็จะสงบมาก  และถือว่าเป็นการทำเพื่อพระองค์ที่ดีที่สุดแล้วค่ะ”

 

บิ๊กเอ็ม – กฤตฤทธิ์ บุตรพรม

  “เราทุกคนเสียใจกับการสูญเสียพระองค์ท่าน  แต่ยิ่งเราเสียใจเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องนึกถึงคำสอนของพระองค์ท่าน  บางคนเสียใจแล้วไม่รู้จะทำยังไง  เหมือนเราขาดพ่อไปจากชีวิต เหมือนกับชีวิตหมดแสงสว่าง  หมดพลังที่จะทำสิ่งต่าง ๆ  แต่เราต้องเปลี่ยนความโศกเศร้าเหล่านี้มาเป็นพลัง ยิ่งเราคิดถึงพระองค์เท่าไหร่ ยิ่งต้องทำตัวเองให้ดีขึ้นอย่างที่พระองค์อยากให้เราเป็น ถ้าอยากทำอะไรเพื่อพระองค์ท่าน  ก็แค่เริ่มทำตัวเองให้เป็นคนดี  รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  มีน้ำใจกับผู้อื่น ใจเย็นลง  มีอะไรก็หันหน้าคุยกัน สามัคคีกัน  ทำแต่ในสิ่งที่ดี สังคมก็จะน่าอยู่

สำหรับตัวผม ผมยึดถือคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด คือความมีมานะและอดทน  เราจะเห็นกันมาตลอดว่า พระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชนตามที่ทุรกันดารต่าง ๆ มาโดยตลอด เรียกได้ว่าพระองค์เสด็จไปทั่วทุกแห่งบนผืนแผ่นดินของประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แทบไม่มีที่ไหนที่พระองค์ไม่เคยเสด็จไป ทำให้ผมรู้สึกว่า พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความอดทน และความมีมานะ  ซึ่งผมก็จะนำตรงนี้มาใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเอง สิ่งที่พระองค์สอน นำมาปรับใช้ ในชีวิตได้จริง  ทุกวันนี้การดำเนินชีวิตผมล้วนมาจากพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเป็นความพอเพียง ความขยันหมั่นเพียร  อดทน และกตัญญู  ผมพยายามนำมาปรับใช้กับตัวเองให้มากที่สุด  แม้จะยังไม่หมดทุกอย่าง แต่ก็รู้สึกว่าชีวิตตัวเองดีครับ”

 

กรีน – อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล

 “กรีนรู้สึกว่า ตลอดมากรีนได้รับหลายสิ่งมากมายจากพระองค์ท่าน พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 และมีสิ่งหนึ่งที่กรีนได้ยิน และยึดถือมาตลอดคือ ความพอเพียง  เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคำว่าพอเพียงนี้มันทำให้เรารู้สึกเพียงพอกับสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น แค่เราไม่อยากได้อะไรในสิ่งที่ไม่จำเป็น  มันก็เป็นความพอเพียงแล้ว แต่ถ้าเรายังอยากได้ อยากมี อยากเป็นตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เรามี ทรัพย์สินที่เรามีมันไม่เพียงพอ นั่นเท่ากับเราทำอะไรที่เกินตัว  ฉะนั้นเราต้องรู้จักเริ่มมีความพอดีกับสิ่งที่เรามี  ดูซิว่า สิ่งต่าง ๆ มากมายที่เรายังต้องการอีก อะไรคือสิ่งที่จำเป็น และไม่จำเป็น และวิธีที่จะได้สิ่งที่ต้องการ เราก็ต้องลงมือทำด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้สิ่งที่ต้องการ ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทำให้คนอืนเดือดร้อน เช่น ไปขอเงินคนอื่นมา เพื่อความอยากได้ อยากมีของเราเอง ถ้าอยากได้อะไรต้องเริ่มลงมือทำด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายแล้ว คำว่าพอเพียง ก็สอนให้เรารู้ว่า การรู้จักใช้ รู้จักพอ รู้จักการเก็บออม รู้จักการหาเงิน กรีนว่าสิ่งที่พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 สอนเกี่ยวกับความพอเพียง ไม่ใช่บอกให้เราต้องมีน้อย หรือมีแค่ที่มี ไม่ให้มีมากขึ้น  แต่มันอยู่ที่เราพอดีที่ตรงจุดไหน  โดยไม่ทำให้ตัวเอง และคนอื่น ๆ เดือดร้อนมากกว่าค่ะ”

 

ชาคริต แย้มนาม

 “ผมคิดว่าแนวคิดของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ฝากเอาไว้ให้กับลูกหลานคนไทยทุกคน ไม่ใช่แค่สำหรับผม หรือว่าใครคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมเชื่อว่าท่านทิ้งไว้ให้กับเราทุกคนก็คือ รักในแผ่นดินของเรา รู้และจงภูมิใจเถอะที่เรามีแผ่นดินที่อุดมไปด้วยสิ่งดี ๆ และมีค่าอย่างที่ประเทศอื่น ๆ เค้าอยากเข้ามาเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้น เราเกิดมาเป็นคนไทย เราโชคดีขนาดไหนแล้ว ควรจะภูมิใจครับ”

 

เซฟ – เซฟฟานี่ อาวะนิค

 “ตอนนี้เวลาผ่านมา 1 ปีแล้ว ทุกคนต่างก็รู้ว่าตัวเองมีหน้าที่  มีความรับผิดชอบที่ต้องทำ ในช่วงปีที่ผ่านมาเราต่างนึกถึงท่าน เห็นภาพท่านในทุกที่  ไม่ว่าไปไหน ที่ใด ก็จะนึกถึงพระองค์ท่านตลอดเวลา  ทุกครั้งที่เห็นสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับพระองค์ก็จะทำให้เราได้เตือนตัวเองตลอดว่า  เราต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่นนะ  เราต้องทำดีนะ ทำให้เซฟพยายามทำทุกอย่างที่เป็นการกุศล เช่น วิ่งการกุศล ให้บ่อยมากขึ้น  ด้วยความที่เราเป็นสายออกกำลังกายอยู่แล้ว  เมื่อมันมีงานเกี่ยวกับการกุศลในด้านนี้ ซึ่งปกติจะมีตลอดทั้งปีอยู่แล้ว  เซฟก็จะพยายามที่จะไปร่วมทุกครั้งเท่าที่เราไปได้  ทุกครั้งที่ไปร่วม เราไปด้วยใจ ไม่ใช่ไปเพราะเค้าบังคับ หรือเค้าจ้างไป แต่เป็นสิ่งที่เซฟอยากไปทำจริง ๆ เราพยายามทำตัวให้เป็นแรงบันดาลใจดี ๆ ต่อคนอื่นด้วย เพื่อให้คนอื่นอยากมามีส่วนร่วมกับงานการกุศลต่าง ๆ  การกุศล คือการช่วยเหลือกันและกัน เซฟเลยขอเป็นคนหนึ่งที่ลงมือทำ และชักชวนคนอื่น ๆ หลายคนให้ร่วมลงมือทำด้วยตลอดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ค่ะ”

 

Credit : IG@stephanyauernig / @ now_tisanart / @ amp_pheerawas_k / @ bigm_krittarit / @new_wongsakorn  /@ shahkrit