ซ้อมละครรำ “พระมหาชนก” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9

144

สำนักการสังคีตกรมศิลปากรจัดซ้อมการแสดงมหรสพ เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการแสดงละครรำ เรื่องพระมหาชนกสำหรับจัดแสดงบนเวทีที่ 2 บริเวณทิศเหนือของท้องสนามหลวง

ฉากแรกของการซ้อมละครรำพระมหาชนก เท้าความไปตั้งแต่ก่อนการประสูติองค์พระโพธิสัตว์ในชาติสุดท้ายของเรื่องราวทศชาติชาดก มเหสีของพระอริฏฐชนกซึ่งกำลังตั้งครรภ์ต้องรอนแรมออกจากกรุงมิถิลา หลังจากที่เกิดเหตุการณ์แย่งชิงราชบัลลังก์มาอาศัยอยู่กับอุทิจจาพราหมณ์ จนพระโอรสประสูติและเจริญพระชนชีพ มาเป็นแบบอย่างของความเพียร และความตั้งมั่นในเวลาต่อมา

ในปี 2540 อาจารย์เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติได้นำพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกมาประพันธ์เป็นบทละครชาดก โดยสอดแทรกระบำและมุขตลกในตัวเทวดาที่ทำหน้าที่เล่าเรื่องราว เพื่อเชื่อมฉากทั้งหมด 7 ฉากเข้าไว้ด้วยกัน 7 ฉากสำคัญของ ละครรำพระมหาชนก ยังเล่าถึงครั้งที่พระองค์เติบใหญ่ ได้ทราบความจริงว่าเป็นโอรสของกษัตริย์ ก็คิดจะไปทวงราชสมบัติคืนจึงออกเรือไปยังสุวรรณภูมิ

ระหว่างทางในมหาสมุทร พายุโหมกระหน่ำเรืออย่างรุนแรงจนเรือล่ม พระมหาชนกทรงรอดเพียงผู้เดียว ทรงอดทนว่ายน้ำในมหาสมุทรด้วยความเพียร 7 วัน 7 คืน จนในที่สุดนางมณีเมขลาได้เหาะลงมาอุ้มพระมหาชนกไปส่งยังมิถิลานคร อีกหนึ่งฉากสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม เป็นฉากข้าราชบริพารยื้อแย่งผลมะม่วงจนต้นโค่นลง ส่วนต้นที่ไม่มีผลกลับตั้งตระหง่านเป็นสัจธรรม อันเป็นที่มาของการตั้งปูทะเลย์มหาวิชชาลัย เพื่อเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและทั่วไป

การฝึกซ้อมละครรำพระมหาชนก เน้นเรื่องอารมณ์ผู้แสดงทุกตัวละครสื่อสารคำสอนให้ประชาชนตามรอยของพ่อ ในท้ายเรื่องพระมหาชนกเสด็จขึ้นครองราชย์ มีเหล่าเทพรำอวยพรอย่างพร้อมเพรียงวิจิตรตระการตา พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก มีเนื้อหาหลักอยู่ที่ความสำเร็จของความเพียร และความตั้งมั่นในทศพิธราชธรรมของพระองค์ จึงทำให้บ้านเมือง ประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุขนับตั้งแต่นั้นมา

                                                                                                          เนติ์ ตันเจริญ

                                                                                                            รายงาน