ครบรอบ 1 ปี วันเสด็จสวรรคต ในหลวง ร.9 ธ สถิตในใจนิรันดร์

93

วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี ของการเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา พสกนิกรจากทั่วสารทิศร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณผ่านรูปแบบต่างๆ และแม้ว่าพระองค์จะเสด็จสู่สรรคาลัยแต่พระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้วางรากฐานให้ประเทศ เพื่อให้พสกนิกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน 

18.47 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2559  เสียงประกาศจากสำนักพระราชวังถึงการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชดังขึ้น หัวใจของพสกนิกรไทยทุกคนแทบหยุดเคลื่อนไหว น้ำตาหลั่งไหลทั้งแผ่นดิน ด้วยความอาลัยยิ่งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ย้อนกลับไปวันที่ 12 ตุลาคม ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศจากสำนักพระราชวังเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งแพทย์ผู้ถวายการรักษารายงานว่า พระอาการโดยรวมยังไม่คงที่ต้องควบคุมด้วยพระโอสถ ผลของการถวายตรวจพระโลหิตบ่งชี้ว่ามีภาวะการณ์ติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ หรือ ตับ ผิดปกติ คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถปฎิชีวนะและแก้ไขภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรด พสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองและสีชมพู ไปรอฟังข่าวพระอาการประชวรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช

มีการรวมตัวกันที่ลานหน้าศาลาศิริราช 100 ปี  เพื่อสวดมนต์ตั้งแต่เย็นล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่ วันที่ 13 ต.ค. 2559  ภาวนาให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 หายจากพระอาการประชวร เสียงสวดมนต์ดังกว่าทุกวันที่ผ่านมา

14.20 น. สำนักพระราชวังประกาศงดลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมขอให้ประชาชนเคลื่อนย้ายออกจากศาลาฯ  ประกาศนี้ทำให้บรรยากาศที่ ร.พ.ศิริราช ยิ่งอึมครึม ทุกสายตาจับจ้องไปยังชั้น 16 อาคารศิริราช 100 ปี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้ทั้งแผ่นดินเมื่อสำนักพระราชวังออกประกาศถึงการเสด็จสวรรคต

19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยความตอนหนึ่งว่าการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9  ถือเป็นความวิปโยคยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ นับแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2489

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความเคารพแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ผู้นำประเทศต่าง ๆ ร่วมแสดงความเสียใจกับข่าวการเสด็จสวรรคตและยกย่องพระราชกรณียกิจตลอดช่วง 70 ปี แห่งการครองราชย์ของพระองค์

14 ตุลาคม 2559 คลื่นพสกนิกรจากทั่วสารทิศมุ่งตรงสู่เส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ จากโรงพยาบาลศิริราชถึงพระบรมมหาราชวัง เพื่อหวังได้ส่งพระมหากษัตริย์ผู้เป็นพ่อของแผ่นดินสู่สวรรคาลัยอย่างใกล้ชิด

15.56 น. ขบวนพิธีเคลื่อนพระบรมศพเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชผ่านถนนอรุณอมรินทร์ ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เลี้ยวขวาเข้าแยกผ่านพิภพลีลาเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ผ่านถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนมหาราชเข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี ก่อนจะเคลื่อนถึงพระบรมมหาราชวังในเวลา 16.55 น.

365 วัน ของการเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ไม่เคยว่างเว้นจากพสกนิกรของพระองค์ที่หลั่งไหลเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ แม้แดดจะร้อน ฝนจะตก หรือใช้เวลารอนานนับ 10 ชั่วโมงก็ไม่เป็นอุปสรรค เช่นเดียวกับจิตอาสาจากทุกสาขาอาชีพที่มาร่วมแสดงความอาลัยและตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ด้วยการนำวิชาความรู้ตลอดจนแรงกายแรงใจ ผลัดเปลี่ยนมาให้บริการประชาชนโดยไม่คิดค่าใช่จ่ายแม้แต่บาทเดียว

นับตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ชาวไทยในต่างแดนทั่วทุกมุมโลกต่างไปลงนามถวายอาลัยรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีแด่พระองค์

ขณะที่จังหวังต่างๆทั่วประเทศ พร้อมใจกันจัดกิจกรรมแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ไม่ขาดสาย ทั้งกิจกรรมเทิดพระเกียรติ กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

แม้วันนี้กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ผู้เป็นพ่อของแผ่นดินจะเสด็จสู่สวรรคาลัย  แต่รากฐานการพัฒนาประเทศที่พระองค์ได้วางไว้ ผ่านพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพของการครองราชย์ 70 ปี และพระราชดำรัสในวาระต่างๆที่สามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่คู่แผ่นดินไทยและอยู่ในดวงใจพสกนิกรตราบนิรันดร์

ญาณิชสา  ศิริมูลกุล

รายงาน