ผู้ต้องหาร่วมวางแผนปล้นเงินนักธุรกิจค้าเพชร-ทองคำ เข้ามอบตัวอีก 1 คน แต่ยังปฏิเสธ

66

ความคืบหน้าคดีแก๊งลูกจ้างและคนใกล้ชิด ร่วมกันปล้นเงินนักธุรกิจค้าเพชรและทองคำจำนวน 196 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งตำรวจจับกุมตัวไปแล้ว 6 คน ล่าสุดผู้ต้องหาอีกคนที่เป็นผู้ร่วมวางแผนได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วแต่ยังปฏิเสธ

คืนวันที่ 2 ตุลาคม เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 5-7 คน ใช้ปืนปล้นเงินสกุลเยนจำนวน 196 ล้านเยนหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาท จากชาย 2 คน ที่รับจ้างจากนักธุรกิจค้าเพชรและทองคำให้ขับรถขนเงินจำนวนนี้จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาส่งให้เขาที่คอนโดมิเนียม ในซอยรัชดาภิเษก โดยขับรถมาจอดที่บริเวณลานจอดรถชั้น 5 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ แต่เพียงไม่นานตำรวจก็รู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด พบว่าเป็นคนใกล้ชิดกับผู้เสียหาย โดยสามารถจับกุมตัวผู้วางแผนและผู้ร่วมขบวนการได้ 6 คน

ล่าสุด นายนัฐพงศ์ ธัญญะตุ่น หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ พร้อมทนายความเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจนครบาลพหลโยธิน หลังตำรวจมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าเขาวางแผนร่วมกับนายนัฐพงศ์ซึ่งเป็นคู่เขยในการปล้นครั้งนี้ โดยจากการสอบสวนเขายังคงปฏิเสธ

ย้อนกลับไปวันเกิดเหตุ ตำรวจพบหลักฐานสำคัญ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ที่จับพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย เมื่อช่วง 21 นาฬิกา 26 นาที ขณะชายสวมเสื้อสีขาวเดินมาจากลานจอดรถชั้น 5 ก่อนเปิดประตูมายืนรอบริเวณหน้าลิฟท์ และภาพอีกมุมหน้าคอนโดมิเนียม ในอีก 2 ชั่วโมง ต่อมามีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ดสีส้มและรถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาว ซึ่งเป็นรถที่ลูกจ้างของนักธุรกิจกำลังขับขึ้นลานจอดรถเพื่อนำเงินมาส่ง ก่อนที่รถทั้งสองคันจะถูกคนร้ายชิงไปและนำมาจอดทิ้งไว้ บริเวณถนนเทียมร่วมมิตร ย่านห้วยขวาง

หลักฐานทั้งหมดเป็นเบาะแสสาวไปถึงตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นลูกจ้างที่รับขนเงินและเป็นคนใกล้ชิดผู้เสียหาย จนถึงวันนี้ตำรวจพบมีผู้ร่วมขบวนการแล้ว 10 คน และสามารถจับกุมได้แล้ว 6 คน คือ นายณรงค์ชัย สวัสดิผล ซึ่งเป็นผู้วางแผน นายชวลิต เจริญผล นายสุรศักดิ์ ศรีฑะวงศ์ นายพงษ์ศักดิ์ ปิตศิริพันธ์ นายกฤษดา อัตถาเวช และนายศรายุทธ ฤทธิชัยนุวัฒน์

ผู้ต้องหารับสารภาพ เปิดห้องพักที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวเพื่อเตรียมการมานาน 1 เดือน โดยกระจายกันหลบซ่อนตัวบนลานจอดรถชั้น 5 ดักรอจนลูกจ้างขับรถขนเงินมาส่งจึงใช้ปืนข่มขู่ใช้เทปกาวปิดปาก นำเชือกมัดมือมัดเท้าเอากระสอบป่านคลุมศีรษะแล้วใช้ไม้ตี ก่อนชิงเงินทั้งหมดขึ้นรถกระบะที่อีกฝ่ายขับมาหลบหนีไป ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายขนเงินข้ามประเทศมาเป็นจำนวนมาก ตำรวจพบว่าทำลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 5 ปี โดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่เพิ่งถูกออกหมายจับ คือนายเมธวิน เลิศพิทยากุล นายภากร ธรรมราษฎร์ นายอนุชา พินิจผล ตำรวจพบเบาะแสทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบสวนดำเนินคดี

                                                                                                     สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

                                                                                                           รายงาน