ตำรวจขับรถไล่ล่าผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ จนมุมทิ้งรถหลบหนี

129

ตำรวจขับรถไล่ล่าผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่พยายามจะขับรถกระบะหนีการจับกุม โดยเข้าไปในสวนผลไม้ของชาวบ้าน กระทั่งจนมุมผู้ต้องหาตัดสินใจกระโดดลงจากรถวิ่งหนีเอาตัวรอด ทิ้งภรรยาที่กำลังตั้งท้อง 6 เดือนอยู่ในรถกระบะเพียงลำพัง

กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี บันทึกเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายกำลังขับรถกระบะ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บน 7100 จันทบุรีเข้าไปจอดข้างบ้านผู้เสียหาย  จากนั้นคนร้ายซึ่งสวมเสื้อสีน้ำเงินและหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า เดินลงมาส่องหาทรัพย์สินรอบๆบริเวณบ้าน โดยเดินวนเวียนเพื่อดูลาดเลาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะพยายามงัดหน้าต่างบ้านผู้เสียหายเพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สินข้างใน  ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่นอกเหนือรัศมีกล้องวงจรปิดเหตการณ์เกิดขึ้นช่วง 13 นาฬิกา ของวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังรับแจ้งความ ตำรวจใช้เวลาเพียงวันเดียวในการแกะรอยหาตัวคนร้ายจากกล้องวงจรปิด จนพบรถยนต์ของคนร้ายวิ่งอยู่บนถนนสายกระทิง-วังแซ้ม จึงแสดงตัวเข้าจับกุมแต่คนร้ายไม่ยอม พยายามขับรถพุ่งชนรถตำรวจแล้วเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปในสวนผลไม้ของชาวบ้าน  โดยมีรถตำรวจไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด

เมื่อถึงทางตันคนร้ายตัดสินใจเปิดประตูกระโดดลงจากรถและวิ่งหนีหายไปในสวนผลไม้ ทิ้งให้นางสาวอุไรลักษณ์ สมนา วัย 20 ปี  ผู้เป็นภรรยาที่กำลังต้องท้อง 6 เดือน นั่งอยู่ในรถเพียงลำพัง ตำรวจจึงเข้าคุมตัวเธอเอาไว้ ตรวจสอบบนรถกระบะของคนร้าย ยังพบหม้อปั่นไฟ 1 เครื่อง ,เครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง ,แบตเตอรี่รถยนต์ และ อุปกรณ์การเกษตรอื่นๆอีกหลายรายการ

ต่อมาตำรวจสามารถตามจับนายวารินทร์ ดีมาก คนร้ายวัย 30 ปีไว้ได้ ขณะกำลังรอรถโดยสารเพื่อหลบหนี  ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดจันทบุรี ผู้ต้องหาสารภาพว่าเคยขับรถกระบะออกตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชนมาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่ อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม และอำเภอเมือง ได้ทรัพย์สินไปกว่า 100 รายการ

ตรวจสอบประวัติพบว่านายวารินทร์ มีหมายจับของสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็นและใช้กำลังประทุษร้ายอีกด้วย เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร

                                                                                                   กรองทอง  จันทะบุรม

                                                                                                          รายงาน