คนร้ายบุกเดี่ยววางระเบิดตู้เอทีเอ็ม กวาดเงินกว่า 4 แสนบาท

175

ช่วงเช้ามืดวันนี้ เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปวางระเบิดตู้เอทีเอ็มในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนกรุงเทพกรีฑา หลังเกิดระเบิดคนร้ายเข้าไปกวาดเงินกว่า 4 แสนบาท หลบหนีภายใน 2 นาที ล่าสุดยังอยู่ระหว่างเก็บหลักฐานเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย

03.27 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นกับตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนกรุงเทพกรีฑา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

หลังเกิดเหตุระเบิดไม่ถึง 1 นาที ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าห้างเผยให้เห็นภาพคนร้ายชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นคลิก เบาะช่วงท้ายจักรยานยนต์ติดตั้งกล่องเก็บสิ่งของ บุกเดี่ยวเข้าไปเอากล่องเซฟบรรจุเงินกว่า 4 แสนบาทจากตู้เอทีเอ็มที่เกิดระเบิด

ทันทีที่เกิดระเบิดชาวบ้านวิ่งออกมาดู แต่ไม่ถึง 2 นาที คนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์สวนกลับออกมา แล้วมุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนศรีนครินทร์ โดยมีกล้องวงจรปิดของร้านค้าริมถนนบันทึกไว้ได้

สอดคล้องกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างที่ระบุว่า หลังเกิดระเบิดเธอรีบวิ่งมาดู แต่ไม่ถึง 2 นาที คนร้ายก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

ช่วงเวลาเดียวกันยังมีผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนที่พักอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ที่พยายามมองดูเหตุการณ์เพราะหลังได้ยินเสียงระเบิดเขาเห็นนาทีที่คนร้ายพยายามเก็บเอาสิ่งของบางอย่างในจุดที่ตู้เอทีเอ็มระเบิด

ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยพบคราบดินระเบิดตามเศษซากของตู้เอทีเอ็มที่แตกกระจาย ซึ่งชี้ได้ว่าน่าจะเป็นระเบิดความดันสูง ลักษณะเป็นการเดินสายไฟตั้งเวลาจุดชนวน รัศมีทำลายล้าง 30 เมตร แต่จะเป็นดินระเบิดของประเภทระเบิดซีโฟร์ หรือ ทีเอ็นที อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดเพื่อชิงเงินในตู้เอทีเอ็ม จึงกำชับให้มีการเก็บหลักฐานเกี่ยวกับคนร้ายให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่กับตู้เอทีเอ็มที่เกิดระเบิด หลังผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า กล้องสามารถบันทึกให้เห็นพฤติกรรมของคนร้ายในระยะใกล้และไกลได้ หากแรงระเบิดไม่ทำให้ข้อมูลเสียหาย

คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ ประกอบกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เป็นข้อมูลเบื้องต้น  ทำให้ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุเพียงคนเดียว ซึ่งอยู่ระหว่างการแกะรอยหาหลักฐานตามเส้นทางทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ

ชนะชัย  แก้วผาง

รายงาน