ผู้ต้องหารุมทำร้ายหนุ่ม รปภ. เสียชีวิต อ้างถูกหาเรื่อง-ใช้มีดฟันก่อน

377

ความคืบหน้าคดีหนุ่ม รปภ. วัย 47 ปี ถูกเพื่อนบ้านที่อยู่หลังติดกัน ซึ่งมีทั้งพ่อ แม่ ลูกชายและลูกสะใภ้ รุมทำร้าย ใช้มีดแทงและใช้ไม้ตีจนเสียชีวิต เหตุไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้น้องชายผู้เสียชีวิตต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนควันลอยเข้าบ้าน ล่าสุดตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่าอีกฝ่ายใช้มีดทำร้ายก่อน จนได้รับบาดเจ็บ 

เช้าวันที่  8 กันยายน กล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยคู้บอน 28 ย่านคันนายาว จับภาพหญิงสวมเสื้อสีฟ้ายืนพูดคุยอยู่กับชายเสื้อลายสก็อตที่หน้าบ้าน จู่ๆมีชายสวมเสื้อสีดำและชายสวมเสื้อกล้ามวิ่งเข้ามารุมทำร้าย โดยมีหญิงเสื้อฟ้าร่วมด้วย เหตุการณ์เป็นไปอย่างชุลมุน กระทั่งชายเสื้อลาย สก็อตล้มลงไปกับพื้นถนน อีกฝ่ายก็ขึ้นคร่อมตัวไม่ให้หลบหนี ก่อนใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงเข้าตามลำตัวและศีรษะ โดยมีหญิงเสื้อฟ้าอีกคนที่เพิ่งวิ่งมา ใช้เหล็กยาวทุบเข้าที่ศีรษะและขาของชายคนดังกล่าวด้วย แม้ว่าเพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณนั้นจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่ไม่สำเร็จ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นายสมชาย กลิ่นกล่อม อายุ 47 ปี รปภ.ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อลายสก็อต เสียชีวิต ส่วนผู้ก่อเหตุ 4 คนคือ นายสุชาติ อุตตรา อายุ 50 ปี นางสาวมนทรา มณทาเงินวัฒนาสุข อายุ 48 ปี นายสุรสีห์ อุตตรา อายุ 24 ปี และนางสาวศศินา สารทพันธ์ อายุ 20 ปี ทั้งหมดเป็นพ่อ แม่ ลูกชายและลูกสะใภ้ ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านหลังติดกับผู้เสียชีวิต

ด้านลูกสาวผู้เสียชีวิต บอกว่า พ่ออาศัยอยู่กับอาซึ่งมีอาการป่วยทางจิตที่บ้านหลังดังกล่าวเพียง 2 คน มานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมามีปัญหากับบ้านผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด โดยเป็นปัญหาเล็กน้อย ซึ่งพ่อพยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากมีเรื่อง แต่ไม่คาดคิดว่าสาเหตุจากควันที่อาต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลอยเข้าบ้านของครอบครัวผู้ก่อเหตุ จะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ทำร้ายกันจนถึงแก่ชีวิต

ย้อนกลับไป 1 วันก่อนเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดตัวเดิมจับภาพนายสุรสีห์ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ สวมเสื้อสีเหลืองเดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายสมชายก่อนกลับเข้าบ้านตัวเอง จากนั้นย้อนกลับมา ชักวัตถุคล้ายปืนเล็งเข้าไปที่บ้านของนายสมชาย กระทั่งชายเสื้อดำน้องชายของนายสมชายซึ่งมีอาการป่วยทางจิตเดินออกมาลักษณะมีปากเสียงกัน โดยฝ่ายนายสุรสีห์และหญิงสาวอีกคนถืออาวุธอยู่ในมือ ทำท่าจะทำร้ายชายเสื้อดำจนเขาต้องกลับเข้าบ้านไปแต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุด เรียกครอบครัวและเพื่อนมาประมาณ 6-7 คน ถืออาวุธข่มขู่และตะโกนด่าทออยู่หน้าบ้าน โดยยังใช้อิฐขว้างเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าวอีกหลายครั้ง แม้ว่าหลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายเข้าแจ้งความและไกล่เกลี่ยกันที่สถานีตำรวจ แต่สุดท้าย วันต่อมาก็เกิดเหตุสลดขึ้น

ล่าสุด ตำรวจคุมตัวนายสุรสีห์ หนึ่งในผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและตรวจหาสารเสพติดแล้ว หลังเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บจนดีขึ้น จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหา อ้างว่าวันเกิดเหตุนางสาวมนทราผู้เป็นแม่ถูกอีกฝ่ายต่อว่าที่ตากผ้ารุกล้ำพื้นที่บ้าน ก่อนใช้มีดทำร้ายแม่และนายสุชาติผู้เป็นพ่อจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นลูกชายจึงถือไม้ออกมาช่วยเหลือจนเกิดเหตุขึ้น

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทั้งหมดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยคุมตัวนางสาวมนทราและนางสาวศศินา แม่และลูกสะใภ้ ส่งฟ้องศาลจังหวัดมีนบุรีแล้ว แต่ศาลได้ให้ประกันตัวออกไปในวงเงินคนละ 5 แสนบาท ด้านนายสุชาติผู้เป็นพ่อ ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยตำรวจได้อายัดตัวไว้แล้ว ส่วนนายสุรสีห์เตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีในวันนี้ (13 ก.ย. 2560) พร้อมคัดค้านการประกันตัว

                                                                                                   สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์        

                                                                                                           รายงาน