เปิดใจ ชมพู่ – น็อต คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง

189

 

          สร้างกระแสฮือฮาสนั่นวงการบันเทิง เมื่อคุณแม่คุณพ่อป้ายแดง ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต & น็อต –  วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์  เปิดแถลงข่าวเป็นครั้งแรกหลังจากคลอดลูกชายฝาแฝด น้องสายฟ้า – น้องพายุ ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งความรู้สึกแรกของคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงจะเป็นอย่างไร เราจัดมาเสิร์ฟให้อ่านแบบจัดเต็มกันเลยค่ะ

          ความรู้สึกแรกของการเป็นคุณแม่หลังคลอดเป็นไงบ้าง

ชมพู่ :ก็ยังงง ๆ นิดหน่อยค่ะ (ยิ้ม)  เอ๊ย ใช่แล้วเหรอ แต่ก็มีความสุขดีค่ะ เหนื่อย ๆ บ้าง แต่ก็มันส์ดีเหมือนกัน

          ก่อนเข้าไปห้องคลอดรู้สึกยังไง ลุ้นขนาดไหน

ชมพู่ : (หันไปถามน็อต) พี่ว่าชมลุ้นมั้ย

น็อต : (ยิ้ม) เค้าดูรีแลกซ์ ไม่ได้อะไร

ชมพู่ : คือค่อนข้างวางใจ กับทีมแพทย์แล้วก็ทุก ๆ อย่าง ชมค่อนข้างโพซิทีฟมากกับการท้องครั้งนี้ คิดว่าถ้าเราทำทุกอย่างมาดี ทุกอย่างก็น่าจะออกมาราบรื่น คือมีแต่พลังบวก คิดแต่เรื่องดี ๆ เลยค่อนข้างจะชิล

ตอนอยู่ในห้องคลอดใช้เวลานานมั้ย  น็อตอยู่ด้วยตลอดหรือเปล่า

ชมพู่ : จริง ๆ ก็ไม่นานค่ะ ช่วงสแตนด์บายจะนานกว่า ตอนผ่าจริง ๆ แป๊บเดียวค่ะ

น็อต : เร็วมาก ผมอยู่ด้วยตลอดครับ  เราได้เห็นหน้าลูกพร้อม ๆ กัน เพราะว่าชมเค้ามีสติตลอดเวลา เค้าไม่ได้หลับเลย  ตอนอยู่ในห้องคลอดก็คุยกันไปเรื่อย คุณหมออีกท่านนึงก็ชวนพวกเราคุย จะมีคุณหมอเด็กยืนประคองอยู่ท่านนึง

วินาทีที่ได้เห็นลูกรู้สึกยังไงบ้าง

น็อต : (ชมพู่ : เราเห็นสายฟ้าก่อน) คือตอนที่ได้ฤกษ์  คุณหมอก็ดึงออกมา ผมก็เห็นเค้า พอดึงออกมาก็ร้องไห้ทันที เสียงดังมาก ทีมงานก็รับไป เสร็จแล้วพายุก็ตามออกมา (ตอนที่เห็นเค้าอุแว้ ๆ ออกมา รู้สึกยังไง) ก็ยังตื่นเต้นอยู่ครับ มาซึมที่หลังมากกว่า  ตอนแรกตื่นเต้น ลุ้นมาก คนแรกออกมาก็ลุ้นอีกคนด้วย

ได้อุ้มครั้งแรกตอนไหน เป็นยังไง

น็อต : ได้อุ้มครั้งแรกตอนที่ พอคลอดออกมาครบ 2 คน เค้าห่อแล้วก็เอามาให้เลย

ชมพู่ : ก็ยังงงๆ อยู่ (หัวเราะ) ชมก็จะเช็คก่อนเลยว่า สายฝอหรือสายตี๋ (ฮา) เห็นสายฟ้าแวบแรกก็รู้สึกว่า คล้ายเรา ส่วนพายุเค้าจะตี๋ ๆ นิดนึง

น็อต : มองไม่เหมือนกัน ผมกลับมองว่าสายฟ้าน่าจะตี๋กว่า พายุน่าจะตาโตออกแนวฝรั่งมากกว่า

เห็นว่าน้องแฝดน้ำหนักตัวน้อง ๆ ค่อนข้างสมบูรณ์มาก

ชมพู่ : ใช่ค่ะ ตอนที่เค้าเอาสองคนมาให้ดู  เรายังนอนอยู่  ชมเห็นแล้วยังรู้สึกเลยว่า อยู่กันมาในนั้นได้ยังไง ตั้งสองคน (ขำ) มิน่าล่ะ เราถึงหนักมาก  เพราะว่าเค้าตัวใหญ่พอสมควร

ทำไมถึงตั้งชื่อน้องว่า สายฟ้า – พายุ

ชมพู่ : คือพ่อเค้ายกคำว่า สายฟ้าขึ้นมาก่อน เพราะทำธุรกิจเกี่ยวกับสายไฟฟ้า

น็อต : คืออย่างชื่อผม ตอนคุณพ่อตั้งก็มาจากธุรกิจเค้า ชื่อน็อตเนี่ยครับ  ผมเลยพยายามจะลิงค์ชื่อให้ได้กับธุรกิจผม  แล้วผมทำสายไฟฟ้า  จะตั้งชื่อลูกว่าเด็กชายสายไฟฟ้าก็สงสาร  (ฮา) เลยตัดคำว่าไฟออก เป็นสายฟ้าแทน  แล้วผมเลยถามชมว่า สายฟ้ามั้ย ชมเลยคิดว่า งั้นสายฟ้าก็มากับพายุ  ก็เลยเอาชื่อนี้ ชมพู่ : ชมก็ลองแปลเป็นภาษาอังกฤษ ธันเดอร์ก็จะมากับสตรอมพอดี

ตอนคลอดฝนฟ้าก็ตกพอดี ตอนรับเลย

น็อต : พอดีเลยครับ

ชมพู่ : เค้าก็เกิดช่วงมรสุมเข้าพอดี

ได้ฤกษ์คลอดมาจากไหน

น็อต : อาจารย์เกรียงไกร บุญธกานนท์ เป็นคนดูให้เหมือนเดิมครับ  เพราะเราก็นับถือท่าน ท่านเป็นคนดูให้ตั้งแต่หมั้นยันแต่ง และให้ทุกอย่างมา เค้าบอกว่ามีวันนี้วันเดียวเลย

ชมพู่ : ชมก็มีหน้าที่อั้นให้อยู่  (หัวเราะ) เพราะว่าท้องแฝดก็อย่างที่ทราบกัน ถ้าจะอยู่ให้ครบก็ต้องลุ้นกันนิดนึง  (มีให้ยาอะไรช่วยมั้ย) ชมว่าในกรณีท้องแฝด คุณหมอน่าจะให้ฮอร์โมนช่วยเป็นเรื่องปกติ  แต่เราก็พยายามทุกอย่างเพื่อที่ จะแครี่เค้าให้อยู่ให้ครบเทอม คือ 37 สัปดาห์  ก็ได้อยู่ครบเทอมด้วย และได้ตามฤกษ์ที่พ่อเค้าอยากได้ด้วย

น็อต : อันนี้ต้องชื่นชมเค้ามากเลยที่ทำได้ เพราะคุณหมอก็บอกแล้ว ยิ่งท้องแฝดมันยาก ขนาดท้องเดี่ยวทำได้ยากเลย แล้วชมทำได้ครบ 37 สัปดาห์ ต้องดูแลรักษาตัวเอง ต้องเอาใจใส่สังเกตตัวเองมาก ๆ ต้องชื่นชมเค้าจริง ๆ ทำได้ดีมาก  เก่งมาก ๆ

ออกกำลังยังไงถึงทำได้

ชมพู่ : คือตั้งแต่ตอนแรก ๆ เลยชมพยายามออกกำลังให้ช่วงล่างเราแข็งแรง รับน้ำหนักเค้าได้ และแน่นอนทางคุณหมอเค้าก็ต้องมีเรื่องของฮอร์โมนมาช่วยประคองด้วย ชมก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักด้วย ไม่ให้ร่างกายต้องแบบรับอะไรเกินจำเป็น นอกจากน้ำหนักน้องเค้าจริง ๆ แล้วก็ที่เห็นออิกกำลังกาย ท่าที่เน้นก็จะเน้นท้องช่วงล่าง  หรือว่าเชิงกราน เพื่อที่จะเอาเค้าให้อยู่ให้ได้ เพิ่งหยุดออกกำลังกาย 4 วันก่อนคลอด  ซึ่งการออกกำลังกายมันก็ดีทั้งกับเรา และกับเค้าด้วย อวัยวะข้างในเค้าทุกอย่างก็ได้หมด  น้ำหนักก็ได้ ปอด หัวใจของเค้าพัฒนามาแล้ว เราเองก็สบายใจ เค้าออกมาก็ไม่ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือช่วยเค้ามากมาย

น็อต : ตอนผ่าคลอด คุณหมอเด็กที่ยืนดูบอกว่า  โอ้โห กล้ามน้องเป็นมัด ๆ เลย ไม่มีไขมัน คุณหมอชมเลยครับ (ยิ้ม)

ตอนท้องชมหนักเท่าไหร่

ชมพู่ : น้ำหนักชมขึ้นมาประมาณ  10 ก.ก. ตอนนี้ก็ยังเหลือพวกน้ำคร่ำ ของเหลวอยู่ข้างในร่างกาย แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่กับน้องหมด

มีน้ำนมให้น้องมั้ย

ชมพู่ : ชมมีตั้งแต่วันแรกเลย แต่ไม่ได้เยอะอะไรมาก  มาจริง ๆ ก็คือเมื่อวาน นี่ไม่อยากจะคุยเลยนะเนี่ย (หัวเราะ) (แล้วมีน้ำตาซึมเพราะซึ้งหลังคลอดมั้ย) ด้วยความที่ชมเป็นคนที่เวลาทำอะไรจะจดจ่อกับสิ่งที่ทำมาก ชมเลยไม่ค่อยมีน้ำตา หรืออีโมชั่น แต่เวลาที่เราดูภาพอย่างอื่นเช่น ดูรูปลูกตอนที่เราไม่ได้ทำหน้าที่อะไรกับเค้าอยู่ น้ำตามันจะไหล แต่เวลาให้นมเค้าหรืออะไร เราโฟกัสกับสิ่งที่ทำว่า เราต้องทำให้ได้ เลยไม่มีอะไรแบบนั้น เพราะเรามัวแต่คิดถึงสิ่งที่เราต้องทำตรงหน้า  ตอนชมอยู่ในห้องพักฟื้น ตอนนั้นสายฟ้าเค้าพร้อมก่อน  เราก็ยังนอนอยู่ เค้าก็ให้เข้าเต้าเลย ยังไม่ทันกลับขึ้นไปที่หัองพักเลย  เราก็ไม่ได้คิดอะไร ซึ้งไม่ซึ้ง ตอนนั้นคิดแต่จะมีนมมั้ย

ดูแล้วเรื่องน้ำนมน่าจะพอมั้ย

ชมพู่ : ก็ยังตอบไม่ได้ แต่ทิศทางก็ดูดี เพราะว่าวันนี้ก็เข้าวันที่ 4 แล้ว ก็เริ่มมีสต็อกแล้ว แต่ไม่ขนาดมีสต็อกไปถึงเดือนหน้าอะไรแบบนั้นนะ  แต่หมายถึงว่ามีให้มื้อนี้ มื้อหน้า และต่อไป ก็พอสำหรับสองคน (เคยให้นมพร้อมกันสองคนหรือยัง) เคยแล้วค่ะ แต่เค้ายังใหม่ ยังไม่ถนัด ตอนนี้เลยให้ทีละคนก่อน  แล้วก็สลับกับขวดด้วย สลับกับเข้าเต้า

สุขภาพเป็นอย่างไรกันบ้าง

น็อต : คุณหมอเค้ามาตรวจทุกวัน  เวลาไปตรวจน้องเค้าก็จะเชิญเราไปด้วย ชมเค้าลุกไม่ไหวผมก็จะเป็นคนไป ก็โอเคครับคุณหมอเค้าก็ตรวจทุกวัน ทุกอย่างไปได้ดี จะได้กลับบ้านแล้วแต่เรายังไม่ยอมกลับ

ชมพู่ : คือชมอยากให้เรื่องการให้นมเป็นระบบก่อน อยากให้มันเป็นเวลาได้ดั่งใจเราก่อน  พอทุกอย่างเซ็ตเป็นระบบแล้วก็จะได้ไม่ต้องงงกันเองมาก เพราะตอนนี้ทั้งเราและเค้าก็ยังเรียนรู้กันอยู่ นมันก็ยังไม่ได้เป็นเวลา เรามันเพอเฟคชั่นนิส อยากให้เป๊ะ ๆ ๆ แล้วค่อยกลับบ้าน  (จะอยู่อีกกี่วัน)

 ตั้งใจจะเลี้ยงลูกเองหรือเปล่า คุณพ่อน็อตช่วยยังไงบ้าง

ชมพู่ :  ตั้งใจว่าถึงจะมีคนช่วยก็คงลักษณะเป็นมือเป็นไม้มากกว่า  ไม่ใช่ว่ามาเลี้ยงให้เรา ปีนี้ยังไงชมก็ไม่ได้รับละครอยู่แล้ว คิดว่าช่วงขวบปีแรกก็จะเต็มที่

น็อต : ก็ยังใหม่ ๆ อยู่นะครับ ไม่รู้จะช่วยยังไงช่วงนี้ เพราะว่าก็มีนางพยาบาลหลายคนมาช่วย  ช่วงนี้ก็จะเป็นเรื่องของปั๊มนมมากกว่า  แล้วก็ป้อนนม  ยังไม่ได้ช่วยอะไรมาก  แล้วก็หัดอุ้ม หัดประคอง  (อาบน้ำได้หรือยัง) ยังครับ

ชมพู่ : ตอนนี้ยังไม่ได้ไปเรียนอาบน้ำเลยค่ะ ชมโดดทุกวันเลยเพราะว่าตอนนี้เอาเรื่องนมก่อน  แค่ปั๊มนมก็หมดแรง

คุณย่าคุณยายว่ายังไงบ้างหลังเห็นหน้าหลาน  ได้ข่าวว่าเป็นลมกันเลย

น็อต : ครับก็ได้ข่าวว่าเป็นลม  ก็โอเคครับ ดีใจกัน มีความสุข (ท่านช่วยแนะนำการเลี้ยงหลานยังไงบ้าง) ตอนนี้ยังอยู่โรงพยาบาล ซึ่งเค้าดูแลดีมาก  ช่วยเราได้เยอะมาก  คุณหมอถึงอยากให้เรากลับบ้าน จะได้ทำเองได้เก่งซะที อยู่ที่นี่มีแต่คนช่วยเหลือ ไม่เก่งซะที

เตรียมของให้น้องพร้อมแล้ว

น็อต : คนนี้ (ชี้ไปทางชมพู่) เค้าเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ แล้ว

ชมพู่ : ถามว่าเตรียมไว้มั้ยก็เตรียมค่ะ แต่ถึงจะเตรียมยังไงมันก็ไม่มีคำวาพร้อม 100% เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอ  ลิสต์ของอะไรที่เราต้องมีก็มีแหละ  แต่ถึงเวลาจัดวาง อะไรอยู่ตรงไหนจะสะดวกหยิบจับ  มันเป็นเรื่องที่เราต้องไปเรียนรู้หน้างาน  ชมว่ามันไม่มีคำว่าพร้อมที่สุดหรอก  มันก็ต้องดุ่ย ๆ ไป

ดูเตรียมพร้อม มีการถ่ายภาพครอบครัวไว้เลย คุณแม่แข็งแรงไวมาก

ชมพู่ : ก็อยากมีภาพครอบครัวสวย ๆ เก็บไว้แหละ เป็นอะไรที่เราอยากเก็บไว้ให้เค้า อยากทำดี ๆ ไว้ให้เค้าเท่านั้นเอง จริง ๆ ก็ไม่ได้อะไรมาก เราก็เซ็ตถ่ายใกล้ ๆ ห้องพัก พอไหวอยู่ (ใช้เวลานานมั้ย) ไม่นานค่ะ เพราะเราคุยกับทางทีมไว้อยู่แล้วว่า เราต้องเซฟน้อง ทุกคนก็มายืนซ้อมบล็อกกิ้งกัน  เสร็จแล้วถึงเวลาค่อยเอาน้องมาถ่าย แล้วก็ต้องเซฟชมด้วย เพราะเราจะเหนื่อยกว่าคนอื่น

เห็นว่าชมอาจจะค่อนข้างกังวลเรื่องแผล

ชมพู่ : (หัวเราะ) ก็วางใจคุณหมอค่ะ  เพราะเราก็ได้คุณหมอที่เก่งเก่งมาก ๆ  แต่ก็มีนิดหนึ่ง

น็อต : ตอนคลอดเค้าบล็อกหลัง  พอลูกออกมา ชมก็จะถามว่าครบหรือยัง พอเราบอกครบแล้ว  เค้าก็จะถามว่าแผลใหญ่มั้ย ๆ ผมก็บอกว่า ไม่ ๆ กำลังเย็บแผลแล้ว เค้ายังถามต่อว่าเย็บสวยหรือเปล่า

ชมพู่ : ไม่ ๆ คือชมถามหมอว่า แผลใหญ่หรือเปล่า หมอบอกก็เท่าหัวเด็กน่ะ  แต่ชมก็คุยกับคุณหมอไว้ตั้งแต่แรกว่า ช่วงเย็บชมขอหลับไป แต่ชมก็รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังเย็บแล้ว  จะต้องวืดแล้วเร็ว ๆ นี้ เลยรีบบอกหมอว่า หมอไม่ต้องรีบนะ เย็บดี ๆ  เป็นประโยคสุดท้าย (ฮา) งานละเอียดค่ะ แผลตอนนี้ก็ยังปิดอยู่ ชมยังไม่ได้เปิดดู แต่คุณหมอขึ้นมาเช็คทุกวันบอกว่า แผลสวย ๆ (ยังเจ็บมั้ย) ยังมีบ้าง เป็นปกติ เชื่อว่าทุกคนที่ผ่านตรงนี้ก็ต้องเจ็บ

คิดจะมีคนต่อไปเลยหรือเปล่า

ชมพู่ : โอ้โห ขอพักก่อน  เพราะว่าท้องแฝดมันก็หนักเหมือนกัน  ขอปล้ำกับสองคนนี้ก่อน

น็อต : คิดว่าควรจะมีคนต่อไปนะครับ แต่เดี๋ยวต้องดูอีกที (เคยพูดว่าอยากมีแบบตั้งทีมฟุตบอลเลย) ก็ยังตั้งใจอยู่นะ (ยิ้ม) ค่อย ๆ ต่อทีละคนนะ  (ชมพู่ :  ต้องเป็นลูกบุญธรรมแล้วล่ะค่ะ) แต่ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งพูดถึงเลยครับ คือเข้าใจเค้า เห็นใจเค้าเลย รู้เลยว่าคนเป็นแม่เป็นยังไง  ตั้งแต่ตั้งครรถ์จนถึงคลอด  ต้องอยู่หลังคลอดอีก ช่วงนี้เลยขอพักก่อนแล้วกัน

ของรับขวัญหลานเริ่มมาหรือยัง

ชมพู่ : ของพี่น็อตเค้าจะมองอนาคตไกล ๆ แต่ชมจะคิดเรื่องปีสองปีข้างหน้า เพราะว่าเดี่ยวนี้พวกเนิร์ดเซอรี่หรืออนุบาลจองยากมาก ก็ต้องจองไว้แล้ว ตอนนี้ก็จองไว้ให้เค้าแล้ว  ขนาดจองไว้ยังเกือบไม่ทัน เราได้คิวเกือบร้อย เป็นคิวที่ 70-80 แล้ว

น็อต : ที่ผมมอง ๆ วางแผนไว้ถึงช่วงจบ ม.6 ครับ ก็ไม่ได้ดูไว้โรงเรียนเดียว เราก็วางไว้ว่า อยากได้ที่นี่นะ แต่ถ้าไม่ได้ก็แผนสองต่อ  เพราะเราก็ยังไม่รู้อนาคต  แต่มีคุย มีลองสมัครเข้าไป  มีคุยไว้ที่ต่างประเทศด้วย

เห็นอัพคลิปลูกลงอินสตาแกรมด้วย

น็อต : “ก็อยากเก็บไว้ให้ลุกครับ ให้เค้าได้เก็บไว้ดูเวลาเค้าโต และผมก็เชื่อเหมือนกันว่าหลาย ๆ คนก็อยากชม เราก็ทำออกมานิด ๆ หน่อย ๆ

การที่น้องกลายเป็นขวัญใจวัยแรกคลอดของแฟน ๆ รู้สึกยังไงบ้าง

ชมพู่ : ก็ไม่ได้อะไร  แต่ดีใจที่คนรักเค้า

มีพูดคุยถึงแผนการเลี้ยงลูกหรือยังว่าแบบไหน

น็อต : ผมว่าธรรมดานะ เราก็ต้องมีการวางแผน พยายามศึกษาว่า ควรจะเลี้ยงลูกยังไง  ก็คุยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่คุยกันทุกวัน  ผมว่าก็คงเลี้ยงแบบไทย ๆ แบบโลกยุคใหม่มากกว่า  คงเอาสิ่งดี ๆ ที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับเค้า

ตอนนี้รูปน้อง ๆ เยอะมาก

ชมพู่ : เชื่อมั้ยจนตอนนี้ชมยังไม่ได้ถ่ายรูปลูกเองเลย วัน ๆ มัวแต่ทำโน่นทำนี่ ปั๊มนม ในโทรศัพท์มีแต่รูปลูกที่คนอื่นถ่ายให้

อยากให้น้องเค้าวงการมั้ย

น็อต:  อยากให้เค้าเป็นนักฟุตบอลครับ นี่ผมพูดจริง ๆ นะ (ยิ้ม)

เรื่องงานของชมหลังจากนี้จะยังไงดี

ชมพู่ : คงต้องอีกสักพักเลยค่ะ  ในปีนึงก็คงเป็นงานอะไรที่ทำวันเดียวจบมากกว่า อะไรที่ใช้เวลายาวนานอย่างถ่ายละคร อาจจะต้องพักสักปีนึง  แล้วเดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกทีนึง  แต่ออกไปแว๊บ ๆ ไปถ่ายรายการ  ไปถ่ายโฆษณาได้  แต่หลังจากนี้ก็คงต้องมีอยู่เดือนแบบที่เค้าว่ากันก่อน

มุมมองความเป็นแม่ของเราเปลี่ยนไปหรือเปล่า เมื่อได้เป็นแม่เอง

ชมพู่ :  เราก็ยังเป็นเรา เพียงแต่ว่ามันเป็นการเรียนรู้  สำหรับชม ณ เวลานี้นะ เหมือนเรามาทำความรู้จักกันใหม่  ก็มันส์ดีสำหรับชม  มันเป็นชาเลนจ์ เป็นอะไรที่ท้าทาย  เป็นสิ่งใหม่ที่เราตั้งตารอ และอยากทำให้เต็มที่

เตรียมลดหุ่นแล้วหรือเปล่า

ชมพู่ : เดี๋ยวออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ก็จะกลับไปออกแล้วค่ะ  แต่เราก็ไม่ได้วอรี่อะไรมาก เพราะว่าน้ำหนักไม่ได้ขึ้นมามาก  เชื่อว่ากลับไปได้  คิดบวกค่ะ (ยิ้ม)

บุคลิกของน้องสองคนต่างกันยังไงบ้าง

น็อต : ยังดูยากนะครับ เพราะตอนนี้เขาออกมาก็ยังนอนอยู่  แต่สายฟ้าจะลืมตาบ่อยกว่า ร้องบ่อยกว่า  ส่วนพายุจะเงียบ ๆ  นอนตลอด ถ้าไปกวนถึงจะลืมตาขึ้นมาแล้วร้อง

ชมพู่ :  แต่ชมว่าพายุร้องบ่อยกว่า  (ยิ้ม) แต่ละคนที่เห็นก็จะมโนกันไปนะว่า คนนี้คาแรคเตอร์แบบนี้ อีกคนเป็นแบบนี้  งานมโนล้วน ๆ ค่ะตอนนี้  ก็ต้องดูไป

แยกน้องสองคนออกหรือเปล่าใครเป็นใคร

น็อต : จำง่ายครับ ผมว่าสายฟ้าเค้าจะชอบทำหน้าเครียด ผมเลยเรียกยัยเครียด จะขมวดคิ้วตลอดเวลา แต่พายุเค้าจะหลับตา นอนนิ่ง ๆ แต่สองคนจะชอบนอนท่าเดียวกับคุณแม่ ชอบนอนยกมือ (หัวเราะ)

ชมพู่ : ของชมจะรู้สึกว่า พายุเค้าจะหน้ายุ่ง ๆ ตลอด  (มองไม่เหมือนกันเลย) บอกแล้วว่าตอนนี้งานมโนล้วน ๆ

หลายคนบอกว่าชมสมเป็นคุณแม่แฟชั่นนิสต้า ใส่กางเกงยีนส์ได้แล้ว

ชมพู่ : กางเกงมันใส่ง่ายค่ะ เป็นกางเกงคนท้อง พวกเสื้อผ้าจริง ๆ ชมก็เตรียมมาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ใส่  ใส่ของโรงพยาบาลมากกว่า  เอาจริง ๆ ชมก็ยังไม่มีเวลา ไม่มีแรงไปเล่นตรงนั้น  ตอนนี้สิ่งที่ชมให้ความสำคัญคือเรื่องน้ำนมเป็นอันดับหนึ่ง  แค่นี้ก็หมดวันแล้ว

ยินดีกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อีกครั้ง หลังจากนี้ใครสมัครเป็น FC ฝาแฝด “สายฟ้า – พายุ” คงได้ชมภาพความน่ารักของสองหนุ่มกันยาว ๆ ล่ะค่ะ

เดินจูงกันมา น่า่รักอะ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หน้าตาสดใสมาก

ให้สัมภาษณ์แบบอารมณ์ดี๊ดี

รูปบิ๊กแฟมิลี่

 

สุดที่รักของป๊ะป๋า

คอยดูนะ ป๊ะป๋าจะปั้นให้เป็นนักฟุตบอล

นี่คือหุ่นคุณแม่เพิ่งคลอด คุณพระ!

รักทั้งแม่ทั้งลูกเลยจ้า

อัพเดทความหล่อ สายฟ้า แฝดพี่

แฝดน้อง พายุ ก็น่ารักไม่แพ้กัน

อีกหนึ่งภาพครอบครัวที่ดูอบอุ่น

credit : Facebook : Thunder and Storm official / IG@hwanjeabjeab / @nottvisrut