รวบเจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์รุมทำร้าย-จ่อยิงศีรษะหนุ่มวัย 29 ปี เสียชีวิต

148

หลังเกิดเหตุเจ้าของร้านโต๊ะสนุกเกอร์ยกพวกรุมทำร้าย จ่อยิงศีรษะหนุ่มวินรถจักรยานยนต์วัย 29 ปีเสียชีวิต หลังตลาดแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ล่าสุดตำรวจสามารถตามจับตัวได้แล้ว เจ้าตัวสารภาพโมโหที่ถูกปาขวดใส่ร้านและถูกผู้เสียชีวิตทำร้ายร่างกายก่อน

วงจรปิดบริเวณตลาดแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ บันทึกพฤติกรรมของชายกลุ่มหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์ 4 คัน เข้าไปจอดหน้าร้านสนุกเกอร์  หนึ่งในนั้นได้เดินไปหยิบสิ่งของบางอย่างปาเข้าไปภายในร้าน โดยมีชายอีกคนพยายามเข้าไปห้ามปราม ก่อนพากันขี่รถออกไปไม่นานมีรถอีก 3 คันขับตามเข้ามา ห่างกันไม่ถึง 10 นาทีมีชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาทันทีที่เขาเลี้ยว เข้าไปบริเวณลานดินหน้าร้านสนุกเกอร์  กลุ่มชายที่มารออยู่ก่อนหน้านี้พากันเดินออกมาล้อมรถจักรยานยนต์ ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะมีปากเสียงกัน

กระทั่งต่อมาตำรวจจะพบศพนายอนุชา กัณฑษา อายุ 29 ปี วินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านบางพลี ถูกยิงศีรษะเสียชีวิต ทั้งหมดเป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจภูธรบางพลี ใช้เป็นเบาะแสในการตามหาตัวคนร้ายคดีนี้ตำรวจใช้เวลาคลี่คลายเพียง 1 วันก็สามารถตามจับตัวนายประสิทธิ์ แสงพันธ์ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านสนุกเกอร์ได้ หลังไปกบดานบ้านเพื่อน ย่านดอนเมือง พร้อมของกลางปืนลูกโม่ขนาดจุด 38 และกระสุนปืน จำนวน 6 นัด

หลังสอบปากคำตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มต้นที่บริเวณสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ซึ่งจุดนี้เป็นชนวนเหตุที่ กลุ่มผู้ต้องหามีปากเสียงกับนายอนุชา ขณะมานั่งดื่มสุราทำให้นายอนุชา ยกพวกไปทำลายทรัพย์สินที่ร้านสนุกเกอร์

จุดต่อมาคือบริเวณร้านสนุกเกอร์เป็นจุดที่นายประสิทธิ์ มาดักรอโดยโทรนัดนายอนุชาออกมาพูดคุย ก่อนใช้ปืนยิงจนเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์ แล้วนำปืนไปโยนทิ้งในป่าใกล้จุดเกิดเหตุ

นายประสิทธิ์ อ้างว่าเขาโมโหที่ถูกนายอนุชาใช้ขวดปาใส่ร้านจนได้รับความเสียหาย  จึงตั้งใจเรียกมาพูดคุยแต่ตกลงกันไม่ได้และถูกนายอนุชาชกต่อย ทำให้ต้องชักปืนยิงใส่เพื่อป้องกันตัว ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนี้เตรียมเรียกกลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ หากพบว่าใครมีส่วนร่วมลงมือก่อเหตุ จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

                                                                                                          ภาณุพงศ์ สุรภาพ

                                                                                                                รายงาน