คุมตัวอดีตสิบเอกชี้จุดอุ้มฆ่าเผานั่งยางน้องพลอย พ่อแม่บุกถามฆ่าลูกทำไม

102

ตำรวจคุมตัวอดีตทหารยศสิบเอก ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นางสาวพลอยนรินทร์ หรือ น้องพลอย เมื่อปี 2557 ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตั้งแต่จุดดักอุ้มตัวหญิงสาวหน้าทางเข้าบ้านพัก จนถึงจุดเผาอำพรางศพ โดยต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีทั้งญาติของผู้เสียชีวิต และชาวบ้านในพื้นที่ มาเฝ้าดู พร้อมตะโกนด่าทอและพยายามเข้ารุมประชาทัณฑ์ 

ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภูธรจังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุมตัวนายพลกฤต วิเศษ หรือเอส อดีตทหารยศสิบเอก ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่านางสาวพลอยนรินทร์ ผลิผล หรือน้องพลอย จาก สภ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ย้อนลำดับเหตุการณ์ฆาตกรรมโหด เมื่อปี 2557

จุดแรก ที่ปั๊มนำมัน ข้างโรงงาน ในอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพลกฤต ให้การว่าเขาจอดรถยนต์เพื่อรอน้องพลอยเลิกงาน แล้วโทรศัพท์ให้เธอออกมาพบ ตำรวจกว่า 200 นายต้องตรึงกำลังเข้ากันพื้นที่ เนื่องจากทั้งครอบครัวของน้องพลอย และชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมาก ที่มาเฝ้ารอตั้งแต่เช้า เริ่มตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้นทันทีที่เห็นตัวผู้ต้องหา

จุดที่ 2 ห่างจากทางเข้าบ้านพักของน้องพลอยเพียง 100 เมตร ค่ำวันเกิดเหตุผู้ต้องหาขับรถยนต์มาจอดรอน้องพลอย และเมื่อเธอมาถึง เขายกรถจักรยานของน้องพลอยขึ้นเบาะหลัง แล้วอุ้มตัวเธอขึ้นรถ โดยมีพยานยืนยันว่าได้ยินเสียงหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือ แต่คิดว่าเป็นเรื่องในครอบครัว

ตำรวจต้องคุมตัวนายพลกฤตขึ้นรถตู้ทันที หลังมีญาติของผู้เสียชีวิต และชาวบ้านในพื้นที่ พยายามเข้ารุมประชาทัณฑ์พ่อและแม่ของน้องพลอย ซึ่งติดตาม ดูการชี้จุดตั้งแต่จุดแรก พยายามขอพูดคุยกับพลกฤต โดยมีชาวบ้านบางส่วนช่วยกันล้อมรถตู้ผู้ต้องหาไว้

จากนั้นผู้ต้องหา ขับรถออกจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปจนถึงอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรีนายพลกฤต อ้างว่าน้องพลอย ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง พยายามใช้มีดเล็กที่ติดกับกรรไกรตัดเล็บแทง เขาจึงลงมือฆ่าเธอที่จุดนี้ เมื่อหญิงสาวเสียชีวิต ผู้ต้องหาขับรถมุ่งหน้าเข้าพื้นที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งขณะนั้นเขารับราชการทหาร สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี โดยระหว่างทางได้จอดรถ เพื่อโยนจักรยานของเธอ ทิ้งลงคลองชลประทาน

คืนเดียวกัน ผู้ต้องหาขับรถ มุ่งหน้าเข้าจังหวัดสระบุรี หลังจากเข้าไปเอายางรถยนต์ และน้ำมันจากบ้านพักในค่ายทหาร เขาให้การว่าตัดสินใจจอดรถระหว่าง เส้นทางขึ้นเขา ถนนแก่งคอย – แสลงพัน แล้วอุ้มร่างน้องพลอย เข้าไปเผาอำพรางในป่าข้างทาง

หลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหากลับไปที่ สภ.แก่งคอย เพื่อให้พยานที่เห็นเหตุการณ์เข้าชี้ตัวอีกครั้ง คดีนี้แม้นายพลกฤตจะถูกให้ออกจากราชการ ตั้งแต่ปี 2557 แต่ตำรวจยังคงต้องคุมตัวเขาขอฝากขัง ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 18 เนื่องจากเขาก่อเหตุขณะยังรับราชการ ล่าสุดการสอบสวน นายพลกฤตยังคงให้การว่าลงมือฆ่าและอำพรางศพน้องพลอย ซึ่งเป็นแฟนเก่า เพียงลำพัง

ธัญญารัตน์  ถาม่อย

รายงาน