เพื่อนสนิท เชื่อ มีผู้สวมรอยแชทลวง เบี่ยงประเด็นการหายตัวของ ผอ.สาว ใน จ.ศรีสะเกษ

782

ติดตามความคืบหน้าคดีที่ ผอ.กองการศึกษา  อบต.ชำ  ในจังหวัดศรีสะเกษ หายตัวอย่างปริศนามานานกว่า 40 วัน  ล่าสุดชุดสืบสวนยังคงหาพยานหลักฐานเพื่อติดตามหาตัวผู้สูญหายและสอบสวนทหารยศร้อยเอกที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญในคดีนี้  ขณะที่เพื่อนสนิทของผู้สูญหาย เชื่อว่าการโพสต์เฟซบุ๊ก และสนทนากับเธอในช่วงที่ผ่านมาถูกคนอื่นสวมรอย  เพื่อให้เห็นว่าผู้อำนวยการสาวยังปลอดภัย    

ความเคลื่อนไหวของ นางจุฑารัตน์  อุ่นอ่อน  หรืออ้อย อายุ 37 ปี  ผู้อำนวยการกองการศึกษาและวัฒนธรรม อบต.ชำ  อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนากว่า 40 วัน   แต่มีการโพสต์ข้อความ ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ยืนยันว่าจะยังไม่กลับบ้าน  แม้จะมีข่าวการตามหาตัวของเธอก่อนหน้านี้

รวมทั้งการพูดคุยผ่านกล่องข้อความ หรืออินบ็อกทางเฟซบุ๊ก  ระหว่างนางจุฑารัตน์และเพื่อนสนิท ที่พยายามทำให้คนรอบข้างเข้าใจว่าเธอยังปลอดภัยและไม่ได้หายไปตามที่เป็นข่าว หลักฐานทั้งหมดนี้เพื่อนสาวคนสนิท ไม่เชื่อว่า เป็นการพูดคุยและโพสต์โดยนางจุฑารัตน์ แต่น่าจะเป็นผู้ไม่หวังดีที่สามารถเข้าไปโพสต์ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นการหายตัวของเธอ

เพื่อนสนิทของนางจุฑารัตน์  ยืนยันว่าเธอชวนให้เข้าไปทวงหนี้กับร้อยเอกศุภชัย ภาโส  ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญในคดีนี้จริง และนั่นน่าจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายก่อนเพื่อนจะ  หายตัวไปอย่างเป็นปริศนาต่อมาเธอพยายามติดต่อ กระทั่ง วันที่ 4 กรกฎาคม ได้รับการตอบกลับมาว่านางจุฑารัตน์ไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่จนถึงขณะนี้เธอพบพิรุธหลายอย่างระหว่างการสนทนา ทำให้มั่นใจว่าคนที่เธอคุยด้วยผ่านอินบ็อกไม่ใช่นางจุฑารัตน์ อย่างแน่นอน

ตำรวจกองปราบปรามพยายามแกะรอยเส้นทางการหายตัวไปของ นางจุฑารัตน์ กระทั่งล่าสุดมีพยานให้ข้อมูลว่า พบรถเก๋งส่วนตัวของเธอจอดอยู่ริมถนนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารในบ้านภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงเย็นของวันที่ 3 กรกฎาคม  ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เธอหายจากบ้านไป

จุดต้องสงสัยว่า ผู้อำนวยการสาวหายตัวไปจุดนี้ คือ หน้าผาบริเวณปราสาทโดนตวล ในตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษณ์ ติดกับผาหมออีแดง ห่างจากบ้านของเธอ เพียง 8 กิโลเมตร ที่นี่มีลักษณะเป็นหุบเขาลึกแนวเขตระหว่างไทยกับกัมพูชา

ส่วนอีกจุดคือบริเวณสามเหลี่ยมมรกต เขตรอยต่อ 3 ประเทศ ทั้ง ไทย ลาว และกัมพูชา ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดที่สัญญาณมือถือของนางจุฑารัตน์ ขาดหายไปจุดนี้ชุดลาดตระเวนพบซากรองเท้าถูกเผาหลายคู่ แต่เมื่อนำมาให้สามีของเธอดู กลับยืนยันว่าไม่ใช่ของภรรยาตัวเอง ดังนั้นการค้นหาจึงยังคงมีขึ้นไปพร้อมกับการเร่งสอบสวนร้อยเอกศุภชัย ผู้ต้องสงสัยที่อยู่ระหว่างควบคุมตัว

นอกจากภารกิจค้นหาผู้สูญหายตามพยานหลักฐานแล้ว ตำรวจเชื่อว่าร้อยเอกศุภชัย  ที่ถูกตั้งข้อหาทั้งหน่วงเหนี่ยวกักขัง ลักทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร ในคดีนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้อำนวยการสาว จึงอยู่ระหว่างการควบคุมตัวสอบสวน ซึ่งจะมีการตรวจสอบเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องเงินในบัญชีระหว่างนางจุฑารัตน์และร้อยเอกศุภชัย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายคดี ล่าสุดตำรวจพบเอกสารส่วนตัวของนางจุฑารัตน์  อยู่ในบ้านพักของร้อยเอกศุภชัย อยู่ระหว่างตรวจสอบหาความเชื่อมโยงคลี่ปมการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา

                                                                                                            ชนะชัย  แก้วผาง   

                                                                                                                  รายงาน