เพื่อนสนิทเปิดคลิปยันความสัมพันธ์นายทหารหนุ่ม กับอบต.สาวศรีสะเกษ ที่หายตัวอย่างลึกลับ

1674

ตำรวจยังคงเดินหน้าเร่งตามหาตัวผู้อำนวยการสาวองค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษณ์ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานกว่า 40 วัน โดยล่าสุดมีการระดมค้นหาจากพิกัดโทรศัพท์มือถือในจุดสุดท้ายก่อนหายตัว ขณะที่เพื่อนสาวคนสนิทออกมาเปิดเผยคลิปจากโทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้อำนวยการสาวกับนายทหารหนุ่มที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย   

คลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เผยให้เห็นใบหน้าของชายคนหนึ่งอยู่ในท่ากำลังนอนเล่นโทรศัพท์ ถูกส่งจากกล่องข้อความเฟซบุ๊กของนางจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรืออ้อย ผู้อำนวยการกองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มายังเพื่อนสนิทของเธอ หลังจากหายตัวไปเพียง 4 วัน ชายในภาพคือ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนางจุฑาภรณ์

เพื่อนสนิทของผู้อำนวยการสาวให้ข้อมูลว่า นางจุฑาภรณ์รู้จักกับผู้กองเหน่งที่ร้านอาหารของเธอในอำเภอกันทรลักษณ์ เมื่อปี 2558 จากนั้นก็ติดต่อกันมาตลอดและถูกฝ่ายชายยืมเงินหลายครั้ง ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ นางจุฑาภรณ์เคยชวนเธอเข้าไปที่ค่ายทหารเพื่อไปทวงเงินผู้กองเหน่ง แต่เธอไม่ว่างและคาดว่าผู้อำนวยการสาวน่าจะเข้าไปทวงเงินเองในวันที่หายตัวไป

ตำรวจยังเร่งเดินเท้าปูพรมค้นหาตัวนางจุฑาภรณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ตรวจพบพิกัดจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือ  ระบุว่าอยู่แถวค่ายทหารแห่งหนึ่งในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ติดแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่จุดนี้มีอุปสรรคหลายอย่างทั้งเส้นทางและกับระเบิดที่อาจหลงเหลือ จึงต้องใช้ผู้ชำนาญพื้นที่เข้าไปช่วยค้นหา ส่วนอีกจุดที่พบสัญญาณโทรศัพท์มือถือคือ ชายแดนเชิงเขาพระวิหาร บริเวณผลาญเขียด ชาวบ้านจึงช่วยกันระดมกำลังค้นหา มีข้อมูลจากเพื่อนบ้านที่ขึ้นไปทำสวนยางพาราบอกว่า วันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เห็นรถยนต์ขับขึ้นไปด้วยความเร่งรีบ แต่ไม่ได้สนใจกระทั่งทราบข่าวการหายตัวไปของผู้อำนวยการสาว คาดว่าคนร้ายอาจนำร่างมาฝังอำพรางและเจตนาเบี่ยงเบนจุดที่พบสัญญาณโทรศัพท์

จนถึงขณะนี้ตำรวจยังเชื่อว่า ร้อยเอกศุภชัย ภาโส มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้อำนวยการสาว จากการแกะรอยสัญญาณโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ผู้อำนวยการสาวออกจากบ้านไปส่งลูกที่โรงเรียนและตรงไปที่ค่ายทหารในอำเภอวารินชำราบ โดยมีสัญญาณโทรศัพท์ของผู้กองเหน่งอยู่ด้วย จากนั้นสัญญาณโทรศัพท์แสดงพิกัดเคลื่อนออกไปตลาดในเมืองอุบลราชธานีวนอยู่หลายรอบ ก่อนที่จะกลับเข้าค่ายทหารอีกครั้ง และออกไปที่อำเภอน้ำยืน ชายแดนไทย – กัมพูชา จุดที่สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไป ตำรวจระบุว่าหลักฐานทุกอย่างในคดีนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ขอเวลา 7 วัน เพื่อไขปริศนาคดีนี้เชื่อว่าหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดคนร้ายได้

สำหรับร้อยเอกศุภชัย ภาโส ผู้ต้องสงสัยที่ถูกออกหมายเรียก เข้าพบตำรวจและถูกแจ้งข้อกล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยว  ลักทรัพย์ และปลอมเอกสารซื้อขายรถยนต์ เบื้องต้นให้การยอมรับว่ามีส่วนเชื่อมโยงเรื่องการเงิน แต่ปฎิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้อำนวยการสาว ส่วนรถยนต์ที่ขายต่ออ้างว่าผู้อำนวยการสาวเดือนร้อนเงินจึงฝากขายต่อ หลังจากสอบปากคำนายทหารพระธรรมนูญรับตัวผู้กองเหน่งไปควบคุมเพื่อรอขึ้นศาลพิจารณาคดี

จนถึงขณะนี้เป็นเวลาล่วงเลยมากว่า 40 วันแล้ว ที่นางจุฑาภรณ์หายตัวไป ไม่มีใครยืนยันได้ว่านางจุฑาภรณ์จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ มีเพียงร้อยเอกศุภชัยหรือผู้กองเหน่ง ชายหนุ่มคนสนิทซึ่งอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งคลี่คลายคดี

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน