เจาะเกาะติด – เปิดวงจรปิด นาทีวัยรุ่นกระชากสร้อย ขี่จยย.หนี แหกโค้งตกสะพาน ดับ1เจ็บ1

301

จากกรณีที่โลกออนไลน์ แชร์คลิปภาพที่ตั้งชื่อว่า “กรรมติดจรวด” เป็นเหตุการณ์วัยรุ่นชาย 2 คน   ที่ไปก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำเหยื่อ แต่ไม่สำเร็จ  แล้วขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนีพลเมืองดี  ที่ไล่ตาม จนรถเสียหลัก แหกโค้งตกสะพาน เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน  ด้านพ่อผู้เสียชีวิตตั้งข้อสังเกต อาจมีคนปองร้าย จับทั้งคู่โยนลงจากสะพาน เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ

เช้าวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดบันทึกภาพวัยรุ่นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน ปากซอยจอมทอง14 โดยมีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างขี่ตามไม่ห่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คือวัยรุ่นชาย 2 คน ดังกล่าว ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำชายวัย 60 ปี ย่านถนนวุฒากาศ แต่ก่อเหตุไม่สำเร็จจึงขี่รถหลบหนี เวลา 07.55 น. กล้องวงจรปิดอีกตัวบันทึกภาพ ขณะคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่บริเวณแยกดาวคะนอง จากภาพจะเห็นว่าวินรถจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งเป็นพลเมืองดีที่ขี่ไล่ตาม  ขี่รถเข้าไปหาชายที่สวมหมวกคล้ายตำรวจจราจร เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ให้ไล่ตาม 2 คนร้าย จังหวะที่คนร้ายกำลังจะออกรถ เขาหันไปเห็นชายสวมหมวกคล้ายตำรวจและพลเมืองดีไล่ตามมาจึงรีบขี่รถหลบหนี กระทั่งทั้งหมดไล่ตามกันมาถึงถนนพระราม 2 ฝั่งขาออกแล้วขี่ขึ้นสะพานกลับรถ พลเมืองดีกลับพบเพียงรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ ส่วนร่างของ 2 คนร้าย ตกลงไปนอนอยู่บนพื้นถนนด้านล่างสะพาน ความสูงประมาณ 5 เมตร ในสภาพนอนแน่นิ่ง หายใจรวยริน  เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งปั๊มหัวใจช่วยชีวิต

เหตุการณ์นี้ทำให้นายบริสุทธิ์ สุขเพีย อายุ 22 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ที่สวมเสื้อแขนยาวสีขาว ได้รับบาดเจ็บ ศีรษะบวมจากการกระแทกอย่างรุนแรงเสียชีวิต ส่วนนายวีรพงศ์ เนธิบุตร อายุ 20 ปี คนซ้อนที่สวมเสื้อสีน้ำเงิน สะโพกหัก อาการสาหัส ด้านพ่อผู้เสียชีวิตตั้งข้อสังเกตว่า ลูกชายอาจโดนไล่ตามทำร้าย  ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เนื่องจากรถเสียหายไม่มาก โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีนิสัยลักขโมย หรือมีปัญหาเรื่องเงิน จึงไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุ สำหรับรถคันดังกล่าว พบว่าเป็นรถที่ทั้งคู่ยืมมาจากเพื่อน โดยบอกว่าจะใช้ขี่ไปหาแม่เพื่อทำธุระ  ก่อนนำมาก่อเหตุซึ่งมีการนำป้ายทะเบียนของรถอีกคันมาสวม

ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวชายอายุประมาณ 60 ปี ที่เกือบตกเป็นเหยื่อ ถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำมาให้ปากคำ เนื่องจากไม่ได้เข้าแจ้งความ เพราะคนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินไป รวมทั้งชายที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ที่คาดว่าเป็นตำรวจมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะถือเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้

                                                                                                   วัลภา ปัญญาสรรเสริ

รายงาน