พี่ฉอด เปิดใจหลังถูกพาดพิง #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น ยันไม่เคยปกปิดชีวิตส่วนตัว

200

          ยังเป็นประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลต่อเนื่องไม่หยุดกับแฮชแท็ก #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น หลังจากที่ชาวเน็ตต่างโยงใยแฮชแท็กมาถึง ดีเจพี่ฉอด-สายทิพย์ และมีการตั้งกระทู้ว่าอยากให้เชิญหยาดทิพย์ ราชปาล มาออกรายการคลับฟรายเดย์โชว์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผุดประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ฉอด-สายทิพย์ และ เอส-วรฤทธิ์ และเรื่องราวเริ่มขยายวงกว้างเมื่อมีการเกี่ยวโยงไปที่คนดังอีกหลายคน

          ล่าสุดวันนี้ 15 ก.ค. พี่ฉอด-สายทิพย์ เลยขอออกมาเคลียร์ประเด็นเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประเด็นในออนไลน์อยู่ขณะนี้ ผ่านรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ เทปพิเศษ

        “เริ่มต้นด้วยประเด็นของการทำรายการนี้ เจตนาของการทำรายการนี้เหมือนเป็นห้องเรียนเพื่อแชร์ประสบการณ์ความรักกัน เรียนรู้จากความผิดพลาด และ โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร เป็นหนึ่งในคนดังที่เราเชิญมา ต้องบอกว่าพวกเราและทีมงานมีความระมัดระวังเป็นอย่างสูง ที่ไม่ปล่อยให้เกิดความพูดพาดพิง เราไม่อยากให้เกิดพาดพิงถึงใครให้เกิดความเสียหาย จริงๆ อย่างเทปของน้องโฟร์อยากให้กลับไปดู อย่างมีสติอย่างตั้งใจ จริงๆ จะพบว่ามีหลายสิ่งที่คุณโฟร์พูด และพูดถึงแง่ที่สวยงามดีงาม และทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น มันไม่ได้หมายความว่าโฟร์จะมานั่งตำหนิอีกฝ่ายหนึ่งแต่ผู้เดียว แต่แน่นอนในเรื่องของการพูด ในคลับฟรายเดย์เราพูดกันเสมอว่า แง่มุมของแต่ละคนแตกต่างกันไป ทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องความลับ เรามักมองว่าเราเป็นคนถูกในขณะที่อีกฝ่าย ก็นึกว่าเป็นคนถูก สิ่งที่เราเสนอคือมันไม่มีความถูกผิดในเรื่องขอองความรัก จริงๆ แล้วแต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพียงแต่ว่าเวลาที่เราอยากจะเรียนรู้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของตัวเองมันอยู่ที่เจตนา ถ้าเจตนาดีที่จะมาเรียนรู้กัน ก็อยู่ที่วิธีคิดของแต่ละคน อย่างวันนั้นเราพูดถึงความไว้ใจ ในเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งไว้ใจมากจนเกินไป ไว้ใจมันเป็นเรื่องดีนะ เอ๊ะมากนากน้อยขนาดไหน พอดียังไง เราคุยถึงเรื่องบทเรียนต่างๆ จนกระทั่งมาทำคลับฟรายเดย์ซีรีส์ ไม่เคยเลยที่เราจะทำเพื่อความสะใจ ขอให้ดูอย่างมีสติ ดูแล้วจะพบว่ามีแง่มุมที่ดี สิ่งที่คิดแล้วมีประโยชน์ เราจะมีก็อปปี้ท้ายทุกตอน จะมีสรุปตอนท้ายกับพี่ฉอดพี่อ้อยหรือนักแสดงก็ตาม เทปของน้องโฟร์ก็ยังเป็นเทปที่เราตั้งใจอย่างปกติที่เคยมีมา ซึ่งมีการจุดประเด็นว่า มีปัญหา โกรธกันไม่พอใจ ที่โฟร์พูดหรือเปล่า ซึ่ง ณ วันนี้มีการออกมาพูดแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจจะแบบนั้น”

          โดยในรายการ พี่ฉอด ยังเปิดใจว่า แปลกใจ อยู่ ๆ ก็เป็นประเด็น ตนเป็นคนผิดเพียงคนเดียว ทั้ง ๆ ที่สัมภาษณ์กันอยู่ 3 คน “อันนี้น่าแปลกใจอยู่ วันนี้อยู่ๆ ก็รู้สึกผิดขึ้นมา โดยอะไรก็ไม่รู้ โดยพี่ฉอดเองไม่ทำอะไรผิดปกติเลยนั่น สัมภาษณ์ปกติทุกอย่าง อันนี้ที่น่าแปลกใจอีกอย่าง สัมภาษณ์อยู่ 3 คน ทำไมพี่ผิดอยู่คนเดียว . ประเด็นที่ 2 คือข่าวมันก็ขุดคุ้ยพูดโน่นนี่ไปต่างๆ นานา ฟังเผินๆ เหมือนถูกต้องเนอะ แต่อยากให้คิดอีกทีหนึ่ง ว่าอ้าวทำไมพี่ฉอดไม่พูดชีวิตตัวเองสัมภาษณ์บ้างล่ะ ไม่เชิญคนนั้นคนนี้ที่มีความเกี่ยวข้องพี่มาสัมภาษณ์บ้างฟังดูมันเหมือนใช่เนอะ มันเป็นประเด็น เมื่อกี้เราพูดไปแล้วว่าแขกรับเชิญที่มารายการนี้ คือเขาตั้งใจ และสมัครและยินดี พร้อมใจที่จะมาพูดในรายการเรา นั่นคือ วัตถุประสงค์ของเขาที่อยากจะเปิดเผยเรื่องราวได้ จริงๆ ใครก็รู้ว่าเราไม่ชอบพูดเรื่องตัวเอง อย่างในไอจี ก็จะรู้ว่าไม่ค่อยลงเรื่องชีวิตส่วนตัว จะลงเรื่องงาน เพราะชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับงาน เพราะฉะนั้นการที่พี่ไม่ชอบพูดเรื่องตัวเอง มันไม่ใช่ความผิด หรือมีอะไรปกปิดซ่อนเร้น หรือแอบซ่อนนะ พี่ชีวิตเป็นคนเปิดเผยมากๆ เรามีคนแวดล้อมอยู่เยอะ 24 ชั่วโมง เราอยู่ในที่โล่งแจ้งประมาณ 20 ชั่วโมงได้ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นชีวิตพี่เปิดเผยมากๆ ไปไหนอะไรกับใครทุกคนเห็นหมด เลยอยากจะเรียนว่าประเด็นที่หลายคนตั้งประเด็นเสมือนว่าพี่เป็นคนปกปิดหลบซ่อน หรือซุกซ่อนอะไรไว้

           ถามว่าสิ่งที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้เป็นปัญหาสำหรับพี่มั้ย บอกเลยว่าไม่เป็นปัญหาเลย เพราะมันมีการพูดในวงโซเชียลสนุกกัน แต่เรายังดำเนินชีวิตตามปกติตามเดิมคนรอบตัวพี่ไม่มีใครที่จะเดินมาถามเลยสักคน ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะทุกคนเห็น ไม่ได้ปกปิดอะไร ฟังดูสวยมาก ดูมีผู้ชายเยอะมากเข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ทุกคนคงเห็นกันหมด ไม่มีแง่มุมแอบซ่อนอะไร ยังรู้สึกเลยว่าตัวเงอสวยมากเนอะ มีคนเข้าประเด็นนี้เยอะมาก”

          ส่วนประเด็นที่ทางแฟนเพจ GMMDRAMA25 มีการโพสต์ข้อความเหมือนตอกย้ำกระแสแฮชแทก #ต่ำตมไม่หยุด ตนต้องขอโทษด้วยและเชื่อว่าทีมงานที่ทำไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เมื่อเห็นก็รีบจัดการทันที
นอกจากนี้พี่ฉอดยังตอบประเด็นที่ว่า ทำไมไม่เชิญดาราที่เคยตกเป็นประเด็นข่าวมาออกรายการด้วยนั้น เพราะดาราบางท่านติดสังกัดช่องอยู่ จึงไม่สามารถเชิญมาออกรายการได้ ส่วนใหญ่ทางรายการจะเชิญดาราที่อยู่ในสังกัดกลางๆ มาออกได้เท่านั้น

          ส่วนประเด็นที่ว่าตนมีข่าวว่าเป็นแฟนกับกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ นั้นไม่เป็นความจริง รับไม่ได้หากต้องมีข่าวกับกฤษณ์ เพราะตนสนิทกับกฤษณ์มาก และทุกคนอาจจะลืมไปแล้วว่าตนก็เป็นคนเปิดเรื่องความสัมพันธ์ของมาช่าและกฤษณ์เอง ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องแย่งด้วย

          พร้อมอยากจะฝากถึงการกระทำของบางคนว่า “สิ่งที่หลายคนกำลังทำอยู่ อย่างเช่น การวิจารณ์ ละลาบละล้วงชีวิตส่วนตัวของคนๆ นึง ตอนพูดอาจจะสนุกมาก คุณจะได้อะไรกับเรื่องนี้ คนที่เข้าไปในแฮชแทคนี้แล้วไม่รู้จักเรา ถ้าตัวพี่ผิดก็แล้วไป แล้วถ้าไม่ใช่เป็นคนที่ผิดล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา พี่พูดไปถึงคนอื่นด้วย พี่มีแม่อายุ 80-90 อยู่ พอท่านได้ยินข่าวท่านตกใจมาก เราอาจจะลืมไปว่าผลกระทบนี้มันมีผลกับคนรอบตัวของเค้าด้วย พี่เองก็มีหน้าที่ทำความเข้าใจกับคนรอบข้าง”

          ทั้งนี้ยังกล่าวขอบคุณทิ้งท้ายว่า “ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ พี่พยายามไล่ขอบคุณทุกคนอยู่ พี่ขอขอบคุณผ่านรายการนี้ด้วย สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า ถ้าสิ่งที่พูดไม่จริง คนรอบข้างอย่างพี่อ้อย หรืออั๋นก็จะรู้เลยว่ามันไม่จริง พี่อยู่ในสังคมคมนี้ต้องสบตากับทุกคนได้ค่ะ เราสามารถตอบคำถามที่ถูกตั้งขึ้นมาได้ และเรากลับมาเช็กตัวเองเสมอว่าเราแบบที่เขาว่าจริงหรือเปล่า ซึ่งพบว่าไม่ใช่ ขอฝากไว้ว่า อย่าด่วนตัดสินว่าใครชั่วใครเลว ง่ายเกินไปหรือเปล่าที่จะตัดสินผู้อื่นผ่านโซเขียล ทุกวันนี้เราพูดความจริง และสามารถสบตาทุกคนได้ ถ้าเลวคงไม่กล้าสบตาใคร”

          งานนี้เปิดใจเคลียร์ผ่านหน้าจอแล้ว จะมีคำถามค้างคาใจจากชาวเน็ตอีกหรือไม่ ไม่รู้ แต่ก่อนหน้าที่รายการแพร่ภาพด้านพี่ฉอดได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า
คงไม่สามารถตอบคำทุกคำถามที่มีผู้ตั้งประเด็นเนื่องจากเวลามีจำกัด แต่ได้ตอบในทุกประเด็นที่ตอบไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับผู้ใด

          เมื่อดูแล้วก็คงมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ ชอบและไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่อและชอบก็ติดตามกันต่อไป ถ้าไม่เชื่อและไม่ชอบก็ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน คนรักกันก็อยู่ด้วยกัน คนรักกันก็อยู่ด้วยกัน คนไม่รักกันก็แยกย้ายกันไป มันแค่นั้นเองจริง ๆ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ

       ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมก่อนรายการออกอากาศ

ขอบคุณภาพจาก ig @djpchod