จับตารถก่อเหตุ เร่งล่ากลุ่มคนร้าย ฆ่ายกครัว 8ศพ จ.กระบี่

216

ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่า ตำรวจสามารถคุมตัวหนึ่งในผู้ต้องหาคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ได้แล้ว แต่ท้ายที่สุด ตำรวจออกมาปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยยังคงเร่งจรวจสอบเฉพาะเส้นทางที่กลุ่มคนร้ายใช้หลบหนี ซึ่งมีการสั่งจับตารถต้องสงสัย 3 คันที่กลุ่มคนร้ายใช้หลบหนี พร้อมส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้าย

รถต้องสงสัยฟอร์จูนเนอร์สีดำ รถเก๋งโตโยต้ายารีสสีขาวและรถเก๋งโตโยต้ายาริสของครอบครัวผู้เสียชีวิต กลายเป็นในหลักฐานสำคัญในการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ เมื่อชุดสืบสวนตรวจสอบเส้นทางหลบหนีพบว่า หลังก่อเหตุคนร้ายใช้รถ 3 คัน ขับออกจากบ้านพักของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ไปยังถนนเซาเทิร์นซีบอร์ด ถนนทางหลวงหมายเลข 44 กระบี่-กาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นสายหลักเชื่อมต่อกับถนนทางหลวงหมายเลข 4 และถนนทางหลวงเอเชีย 41 เส้นทางระหว่าง จ.กระบี่ – จ.สุราษฎร์ธานี โดยประมาณเที่ยงคืน 25 นาที พบรถต้องสงสัย ผ่านเส้นทางดังกล่าว ตำรวจกระจายกำลังตรวจสอบเส้นทางอย่างละเอียดโดยพบข้อมูลว่า คนร้ายอาจหลบหนีไปยังพื้นที่นครศรีธรรมราช ตรัง ชุมพร ระนอง และพังงา

 

ขณะที่ตำรวจกองปราบปราม นำชุดลายพลางคล้ายทหาร จำลองเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุให้พยานเปรียบเทียบ เพื่อตีวงให้คดีมีความชัดเจนขึ้น

เช่นเดียวกับประเด็นธุรกิจโรงโม่หินที่หลายฝ่ายให้น้ำหนักเป็นชนวนเหตุสำคัญในการฆ่ายกครัวครั้งนี้ หลังมีข้อมูลพบว่า นายวรยุทธ สังหลัง ร่วมลงทุนและผลักดันธุรกิจนี้ โดยรับเงินก้อนใหญ่จากผู้ร่วมลงทุนรับหน้าที่เจรจาชาวบ้านกลุ่มคัดค้าน ก่อนถูกระงับเมื่อกรมศิลปากรเข้าตรวจค้นพบวัตถุโบราณและภาพเขียนสีและขึ้นทะเบียน บริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งโบราณคดี ชาวบ้านหลายรายตั้งข้อสังเกต นายวรยุทธ สังหลัง ร่ำรวยผิดปกติหลังจากมีการดำเนินเรื่องโรงโม่หินดังกล่าว

ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 รายในระดับผู้จ้างวานฆ่า ตำรวจปฏิเสธว่ายังไม่มีการควบคุมตามกระแสข่าว โดยยังอยู่ระหว่างติดตามและรวบรวมพยานหลักฐาน

ล่าสุด  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 50  โดยมีการสอบปากคำไปแล้วมากกว่า 10 ปาก เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในเร็วๆนี้

อรวรรณ รัตนเดชา

รายงาน