เที่ยวแบบคูลๆ ตามสไตล์วันหยุด…

314

เที่ยวแบบคูลๆ ตามไปดูกันที่นครสวรรค์!!

Day 1

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ผมค่อนข้างเบื่อที่จะอยู่กรุงเทพฯ เลยหาที่เที่ยวไปต่างจังหวัดแบบไม่ไกล ขับรถไปได้แบบสบายๆ ผมไม่รอช้าหาข้อมูลที่เที่ยวแล้วก็ไปสะดุดหยุดอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์เข้าให้ จังหวัดที่ถือว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือนี่ล่ะ เมื่อได้จุดหมายปลายทางแล้ว ผมก็รีบเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมไปนอนเล่นสักคืน ที่สำคัญผมมีของเล่นชิ้นโปรดอย่างกล้องโดรนเอาไปบินเล่นซะหน่อย เช้าวันเสาร์ผมออกจากบ้านแต่เช้าขับรถไปประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึงละครับ ก่อนออกตะลอนผมเข้าเช็คอินที่พักก่อนเลย และผมก็เลือกที่พักแบบใกล้ ๆ แหล่งท่องเที่ยวอย่าง Energy Resort

เช็คอินเก็บกระเป๋าเรียบร้อย ผมก็ออกท่องเที่ยวไป เริ่มที่แรกด้วยสถานที่อันเป็นสิริมงคลกับตัวอย่าง วัดคีรีวงศ์ (วัดกลางเมือง) ที่ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์  มีองค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คือพระจุฬามณีเจดีย์ เป็นทองเหลืองอร่ามไปทั้งเจดีย์ และขึ้นไปฐานพระเจดีย์ชั้น 4 จะมองเห็นวิวสวยงามของเมืองนครสวรรค์ได้ในมุมกว้าง สามารถมองเห็นบึงบอระเพ็ด , อุทยานสวรรค์ ,ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา, ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ หรืออีกด้านจะมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่ตั้งเรียงกันมากมาย วิวสวยบรรยากาศก็ดีมากๆ ลมเย็นพัดตีหน้าสดชื่นสุดๆ ไปเลย

ใกล้ๆกันนั้นผมแวะไปที่ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกัน ที่ตำบลปากน้ำโพ บริเวณด้านหน้าเขื่อนในตัวเมือง ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำทั้งสองสาย และจะมองเห็นความแตกต่างของสายน้ำทั้งสองได้อย่างชัดเจน   สายแรกแม่น้ำจะออกสีแดง ๆ เป็นเส้นทางของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน และอีกสายจะออกสีเขียวๆเป็นเส้นทางของแม่น้ำปิงและแม่น้ำวัง ผมว่ามันแปลกดีนะ เลยขอนั่งเรือชมแบบใกล้ ๆ เลย ค่าเรือเหมาไปก็อยู่ที่ 100 บาทครับ บรรยากาศสองฝั่งริมแม่น้ำก็จะเป็นวิถีชุมชนของชาวบ้าน และบรรยากาศดีมากๆนั่งกันเพลินๆเลยครับ

 

ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงค่ำๆยังเป็นที่ท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจอย่าง ตลาดคนเดิน ริมน้ำนครสวรรค์ แหล่งช็อปปิ้งของชาวนครสวรรค์ ทั้งของกินของใช้มีให้เลือกเยอะเลยครับ เป็นตลาดถนนยาวแบ่งเป็นสองช่อง ด้านซ้ายเป็นอาหาร ตรงกลางและด้านขวาเป็นพวกของใช้มากมายเลย ราคาไม่ต้องพูดถึงถูกใจสบายกระเป๋ามากเลยครับ

1 วันของผมก็หมดไป กลับที่พักอย่างสบายใจ เมื่อข้างต้นที่ผมกล่าวไปตั้งแต่แรกว่าผมเลือกนอนที่ เอ็นเนอร์จี้ รีสอร์ท ที่นี่กลางวันบรรยากาศภายในรีสอร์ทว่าดีแล้ว ตอนกลางคืนดีกว่าเดิมอีกครับ ห้องนอนที่นี่เป็นบ้านหลังกำลังดี สีสันค่อนข้างสวยงามดูสดใสจี๊ดจ๊าดดีครับ ราคาก็จะแบ่งตามประเภทของห้องครับ

Family Suite 1,900 บาท

Triple Bed 950 บาท

Deluxe Forest 550 บาท ทั้ง Double Bed และSingle Bed

และมีอุปกรณ์ครบเลยครับแบบมาแต่ตัวก็เข้าพักได้เลย สำหรับผมคืนนี้ขอนอนห้อง Deluxe Forest ครับ และถ้าใครผ่านไปนครสวรรค์แล้วอยากเข้าพักที่ Energy Resort ลองติดต่อเบอร์ 08 1886 6099, 08 1887 7411, 08 6445 9445 ได้นะครับอาจจะได้ราคาพิเศษสำหรับลูกค้า Walk In

Day 2

นอนเต็มอิ่มมาก  ผมตื่นค่อนข้างสายเลยเก็บกระเป๋าเช็คเอาท์ออกตอนเที่ยง ก่อนกลับผมขับรถกลับวนเข้าไปในตัวเมืองเพื่อหาอะไรหม่ำซะหน่อย แล้วก็ไปสะดุดกับร้านกาแฟ ที่ชื่อว่า  ร้านกอริลต้า คาเฟ่ ตัวร้านเป็นตู้คอนเทนเนอร์เก๋ดีครับ เข้ามาบรรยากาศร้านโอเคมากครับดูชิคๆสบายตาดี เมนูที่ผมสั่งเป็น กอริลต้า ซิกเนเจอร์  ราคา 65 บาทเองครับ เข้มเต็มรสชาติคอกาแฟ หอมกาแฟ ถ้าชอบแบบหวานๆมันๆ ก็จะไม่ถูกปากเท่าไหร่ และผมก็สั่งเครปกล้วยราคา 80 บาท แต่รสชาติระดับหลักร้อยเลย รสชาติกล้วยหอมชัดเจนถูกใจครับ ตามมาด้วยแพนเค้กผลไม้รวม อันนี้ราคา 100 บาท  แพนเค้กรสชาติกลมกล่อม ราดน้ำผึ้งหอมหวาน ทานกับผลไม้สด และไอศครีม อร่อยโดนใจ อาจจะสงสัยว่าทำไมผมสั่งแต่ละอย่างสไตล์ผู้หญิง เพราะมื้อแรกผมไม่ชอบทานข้าวเท่าไหร่ เน้นกาแฟและของหวานซะมากกว่าครับ

ใกล้ๆ ร้านกอริลต้า คาเฟ่ มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่สำคัญอย่าง อุทยานสวรรค์ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “หนองสมบูรณ์” เป็นสวนสาธารณะที่เหมาะสำหรับเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมากอยู่กลางเมืองนครสวรรค์ อุทยานสวรรค์ประกอบด้วยหนองน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่าหนองสมบุญ มีถนนวงแหวน 2 ชั้นล้อมรอบ ตรงกลางเป็นเกาะมีสวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก ริมฝั่งน้ำภายในอุทยานจัดเป็นสวนสุขภาพ ด้านหน้าของสวนสาธารณะสร้างอย่างสวยงาม มีห้องน้ำ ห้องแต่งตัวบริการแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วยครับ

และก่อนกลับกรุงเทพฯอย่างเป็นทางการถนนที่ผมต้องขับผ่านจะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมจอดรถแล้วลงไปเก็บภาพนั่นก็คือ สะพานเดชาติวงศ์ เป็นสะพานเชื่อมภาคเหนือและภาคกลาง ใครเดินทางสัญจรผ่านจังหวัดนครสวรรค์จะต้องสะดุดตากับสะพานประวัติศาสตร์ แลนด์มาร์กโดดเด่นของจังหวัดนี้เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่ภาคเหนือที่สำคัญของเมืองไทย และยังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย จึงสร้างสะพานขึ้นอีกสะพานหนึ่งคู่กับสะพานเดชาติวงศ์เดิม เรียกว่าสะพานเดชาติวงศ์ 2 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กคู่ขนานไปกับสะพานเดชาติวงศ์เดิม ปัจจุบันสะพานจะเปิดใช้งานเพียง 2 สะพาน คือ สะพานเดชาติวงศ์ 2 และ 3 ส่วนสะพานเดชาติวงศ์ 1 ทางจังหวัดนครสวรรค์จะเปิดให้รถขนาดเล็กขับผ่านเท่านั้น เนื่องจากเป็นสะพานเก่าแก่ที่มีการใช้งานมายาวนานกว่า 60 ปีแล้วครับ

ถือว่าเป็นทริปที่ไม่ใกล้ไม่ไกลมากครับ เดินทางสะดวกที่พักแบบคูลๆถูกใจผมสุดๆ เป็นการพักผ่อนที่เต็มที่มากถ้าใครว่างวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ลองมาเที่ยวกันดูนะครับ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ดีต่อใจมากครับ