สุขใจกันละเบ๋อ เที่ยวหลากสีสันที่สกลนคร

509

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องนักเที่ยวตัวยงทั้งหลาย มาทริปนี้เราขอเปลี่ยนฟีลลิ่งไปทัวร์ถิ่นอีสานบ้านเฮากันบ้าง พาไปชิลกันที่ จ.สกลนคร แบบวันเดย์ทริป ที่รับรองความม่วนแบบทั่วถึงกันละเบ๋อ

 

เราเริ่มเป้าหมายแรกของวันที่ ร้านครามสกล ร้านผ้าย้อมครามที่ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวสกลนคร ที่ก่อตั้งโดย สกุณา สารนันท์ เจ้าของธุรกิจการ์เม้นท์ และธุรกิจเสื้อผ้าแห่งเมืองสกลนคร ที่หันมาต่อยอดธุรกิจจากภูมิปัญญาการทอผ้าและย้อมครามของสกลนคร ภายใต้แบรนด์  ครามสกล (KramSakon) เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมชุมชนทำผ้าย้อมคราม นำมาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์สุดเก๋ไก๋ จนสามารถตีตลาดได้ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ กลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมืองสกลนคร มีออเดอร์อย่างต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมภูมิปัญญาการย้อมผ้าครามของชุมชนที่ทำจากธรรมชาติแท้ ๆ ให้อยู่ต่อได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

เสื้อผ้าครามสไตล์

ตุ๊กตา -ปลอกหมอนจากผ้าคราม

ผ้าพันคอซักผืนมั้ย

จะซื้อผ้าฝากญาติผู้ใหญ่ก็มีนะ

ของกระจุกกระจิกมีหมด

กระเป๋าน่าใช้

     ใครอยากได้ผลิตภัณฑ์แบบสกลนครสไตล์ห้ามพลาดร้านนี้ รับรองว่าจะได้สินค้าฮิป ๆ  ติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน หรือถ้าใครอยากทดลองทำผ้ามัดย้อมครามด้วยตัวเอง  ที่นี่เค้าก็มีให้ลองนะเออ แล้วทุกคนจะรู้ว่า กว่าจะได้ผ้าย้อมครามแต่ละผืน ไม่ง่ายเลยนะตัวเอง

อุปกรณ์ทำผ้าย้อมคราม

ดูการสาธิตทำผ้ามัดย้อมคราม เลือกลายเลยค่า

มัดทำลายผ้าแป๊บ

ทำให้เห็นจริง ๆ

ลายสวยมั้ยค้าาา

เสร็จแล้วก็ซักทำความสะอาด

ตากแดดเสร็จก็ได้ผ้าสวย ๆ แล้วค่ะ

ติดต่อสอบถาม : 08 0582 6655

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

ที่ตั้ง : 212 หมู่ 2 บ้านพะเนาว์ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร

เว็บไซต์ : www.facebook.com/KhramSklKramsakon/

 

ช้อปเสร็จแล้วเราก็ขอไปเติมบุญต่อที่ วัดถ้ำผาแด่น วัดเก่าแก่นับร้อยปี  (ผาแด่นหมายถึงลักษณะของหินที่เป็นลายด่างดำ ๆ ขาว ๆ ตรงกับคำว่า เด่น ในภาษากลาง)  ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 17 กม. ที่ใครได้มาจะต้องร้องว้าว! กับความงดงามของงานประติมากรรมแกะสลักหินทรายสุดวิจิตรบนผาหิน  เป็นรูปต่าง ๆ อาทิ เรื่องราวพุทธประวัติ  พระอริยสงฆ์องค์สำคัญ พญาครุฑเวสสุวรรณ ฯลฯ และที่สำคัญคือรูปสลักพระพุทธสีหไสยาสน์ ปางปรินิพพาน ยาว 18 เมตร ที่ใครมาถึงวัดก็ต้องมาสักการะด้วยความศรัทธา และถ้ามองไปด้านบนหินที่สลักองค์พระจะมีการจำลองพระธาตุอินทร์แขวนสีทองอร่ามที่ด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย

หินสลักพระพุทธสีหไสยาสน์

พระธาตุอินทร์แขวนจำลองสีทองอร่าม

หินสลักเป็นเทพเจ้าฮินดู

รูปสลักพญานาคละเอียดยิบ

พญาครุฑเวสสุวรรณ

รูปสลักพระอริยสงฆ์องค์สำคัญที่ผาหิน

หินสลักเป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิด

        นอกจากภาพสลักบนผาหินที่ขึ้นชื่อของวัดแล้ว ที่นี่ยังมีการแกะสลักพระพุทธบาทจำลอง  และก้อนหินสลักเป็นรูปปั้นหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่โดยใช้หินทั้งก้อน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้  และที่นี่เมื่อเดินผ่านช่องแคบสแกนบุญขึ้นไปด้านบนอีกหน่อยจะได้กราบรอยพระพุทธบาท  และชมถ้ำที่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2483 คณะพระสายปฏิบัติกัมมัฏฐานคณะหนึ่งเดินจาริกธุดงค์มาจนจำพรรษาที่นี่ และหนึ่งในคณะธุดงค์ก็คือ  หลวงปู่มั่น  ภูริทัตฺโต  นั่นเอง

หินสลักรูปหลวงปู่ทวด

ขึ้นไปที่วัดส่วนบนกันเถอะ

เดินชมวิวกันไปเรื่อย ๆ 

มีบันไดไม้ขึ้นสู่ด้านบน

มุมสงบบนผาหิน

ช่องแคบสแกนบุญ

รอยพระพุทธบาทที่ทุกคนต้องมากราบไหว้

อีกมุมสงบใต้ผาหิน

วิวสวย ๆ จากผาด้านบนของวัด

ศาลายาใจคนบุญ

ติดต่อสอบถาม :  09 0050 0058 , 09 0050 0059  และ 08 3626 3475

เปิดให้เข้าชม : เวลา 06.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  2339  บ้านดงน้อย  ต.ดงมะไฟ  อ.เมือง จ.สกลนคร

เว็บไซต์ : www.facebook.com/วัดถ้ำผาแด่น-สกลนคร-308055869326350/

 

ออกแรงกันมาแต่เช้า เราก็เลยต้องเต็มที่กับการทานกันหน่อย ด้วยการไปจัดเต็มที่ ร้านฟาร์มฮัก (โคขุนคุณทอง) ต้นตำรับเนื้อโพนยางคำ ที่เป็นเนื้อโคขุนคุณภาพสูงโด่งดังไปทั่วประเทศ และที่นี่มีอาหารสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมของกากน้ำตาล ปราศจากสารเร่งโต ทำให้ได้เนื้อวัวที่มีคุณภาพชั้นเลิศ นำมาประกอบอาหารแล้วได้เนื้อที่หนานุ่ม มีไขมันละเอียดแทรกอยู่แบบพอดี ๆ แต่คนไม่ทานเนื้ออย่าเพิ่งเซ็ง เพราะที่นี่มีเมนูอร่อยหลากหลายอย่างให้ได้ฟินกันเพียบ

ถึงแล้ว ร้านโคขุนคุณทอง

และนี่คือสารพัดเมนูเด็ดที่ชวนมาให้น้ำลายหกกัน

            หมูกระทะร้อน

            แซลมอนสเต็ก

            ทีโบนสเต็ก

            ส้มตำออเดิร์ฟ

            หม้อพร้อม ใครอยากหม่ำ จิ้มจุ่มหมู+ชุดผัก ก็ลงมือเลย

            เนื้อย่างพร้อมเสิร์ฟ

ได้กลิ่นอะไรหอม ๆ มั้ย

            ก้อยคั่ว

            อิ่มของคาวแล้ว ก็อย่าลืมไปเดินย่อยอาหารเล่น เพราะที่ร้านมีมุมให้ถ่ายรูปชิค ๆ และนั่งพักผ่อนในร้านกาแฟชิล ๆ เพลินใจสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีฟาร์มผักออแกนิก ที่ปลูกเพื่อใช้ประกอบอาหารในร้านฟาร์มฮักเองด้วยนะ และถ้าใครมาหน้าหนาวจะมีไร่สตรอร์เบอร์รี่รอต้อนรับทุกคนเพิ่มอีกด้วย

อิ่มแล้ว ไปหามุมเดินเล่นกันเถอะ

มองไปทางไหนก็สดชื่น

ฝนตกพรำ ๆ น้องแกะเลยหลบอยู่ในบ้าน

น้องกระต่ายออกมาทักทายแขก 

ติดต่อสอบถาม : 09 8929 3565, 08 8572 6288

เปิดให้บริการ : ทุกวัน  เวลา 10.00 – 21.00 น.

ที่ตั้ง : 263 บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร (ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 223 สกลนคร-นาแก)

เว็บไซต์www.facebook.com/farmhug.snk/

 

ชวนไปอิ่มกันแล้ว เราก็มาเที่ยวต่อที่ อ.เต่างอย ที่แม้จะเป็นแค่อำเภอเล็ก ๆ แต่ก็มีประวัติความเป็นมายาวนาน ที่เล่ากันว่า เมื่อ 400 ปีก่อน ไทยได้ทำสงครามกับลาว  แล้วลาวพ่ายแพ้ จึงถูกกวาดต้อนมาอยู่ในไทย เมื่อมาถึงบริเวณลำน้ำพุง ซึ่งเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ และมีเต่าอาศัยอยู่มากมาย จึงเห็นว่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการตั้งถิ่นที่อยู่อาศัย จึงมาพำนักที่แห่งนี้และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านเต่างอย เพราะตั้งตามที่พบเห็นเต่ามากมาย และคำว่างอยหมายถึงการยืน หรือนั่งที่อยู่ในระดับสูงกว่าพื้น คำว่าเต่างอย จึงหมายถึง เต่าที่อยู่บนที่สูงกว่าริมตลิ่ง หรือบนโขดหิน ต่อมาประชาชนชาวเต่างอยช่วยกันสร้างรูปปั้น พญาเต่างอย ที่เชิงเขาภูพาน ตรงถนนสาย 2330 ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล  และเพราะบริเวณนั้นเป็นหน้าผาและมีหินก้อนใหญ่ขนาดเท่าบ้านอายุร่วมพันปี  มีรูปร่างคล้ายเต่าที่ชาวเต่างอยเรียกกันว่า ผาพญาเต่างอย ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ อ.เต่างอย และ รูปปั้นพญาเต่างอย ก็กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเต่างอยมาจนถึงทุกวันนี้ ใครผ่านมาต้องมากราบไหว้ เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้อายุยืน และมีโชคลาภ

วัดคีรีมังคละเต่างอย อยู่ใกล้ ๆ รูปปั้นพญาเต่างอย

กำลังสร้างพระธาตุอย่างขะมักเขม้น

นี่ล่ะ รูปปั้นพญาเต่างอย สุดขลัง

อีกมุมหนึ่งของ พญาเต่างอย

    เห็นเป็นรูปปั้นเต่าแบบนี้ แต่ข้างในไม่ธรรมดาเลย เพราะบรรจุสิ่งมงคลต่าง ๆ ไว้มากมาย อาทิ พระธาตุของปัจเจกพุทธเจ้า 3 พระองค์ , พระธาตุดวงแก้ว, มวลดินจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และวัดต่าง ๆ ใน อ.เต่างอย, วัตถุมงคลจากเกจิอาจารย์ดัง และผู้มีจิตศรัทธา แถมกลางหลังพญาเต่างอย ยังมีเกล็ด 5 เกล็ดที่ทำเป็นปูนปั้นนูนต่ำเป็นชุดพระเครื่องเบญจภาคี สุดยอดพระเครื่องของเมืองไทยด้วย  สร้างเสร็จในวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2555 หลังชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันใช้เวลาสร้างเพียง 15 วันเท่านั้น สุดยอด! ส่วนเรื่องความขลัง & ความแม่นจากการขอเลขเด็ดจะสมคำร่ำลือแค่ไหน  คงต้องลองด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะคู้ณณณ

บรรดารูปปั้นเต่าที่มีคนนำมาถวาย

ของไหว้คือ น้ำแดง แตงกวา ผักบุ้ง

คำบูชาพญาเต่างอย

เครื่องรางพญาเต่างอย

แบบเป็นเหรียญก็มีหลายรุ่น

พร้อมเสี่ยงโชคแล้วหรือยัง

ติดต่อสอบถาม : 09 2668 0230

เปิดให้เข้าชม : เวลา 08.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : ต.นาตาล อ.เต่างอย จ.สกลนคร

เว็บไซต์www.facebook.com/พญาเต่างอย-1160922177316369/

 

ปิดท้ายทริปม่วน ๆ ด้วยการกลับเข้าตัวเมืองไป วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร  วัดคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดคือ พระธาตุเชิงชุม  เจดีย์ก่ออิฐถือปูน สูงกว่า 24 เมตร มียอดฉัตรเหนือองค์พระธาตุเป็นทองคำบริสุทธิ์หนักถึง 247 บาท ฐานเป็นสี่เหลี่ยม มีซุ้มประตู 4 ด้าน ที่ด้านในนอกจากจะมีโบราณวัตถุ และพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์แล้ว เราก็จะเห็นสถูปองค์เก่าที่สร้างครอบรอยพระพุทธบาทพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ไว้ด้วย

องค์พระธาตุเชิงชุมของชาวสกลนคร

ซุ้มประตูที่มองเห็นด้านในพระธาตุเชิงชุม

ที่ประตูหินมีภาษาเขมรโบราณสลักอยู่

สถูปองค์เก่าด้านในพระธาตุเชิงชุม และพระพุทธรูปโบราณมากมาย

        และที่วัดแห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปที่ถูกกล่าวขานไปทั่วคือ หลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ศิลปะสมัยเชียงแสน ที่ตั้งเป็นพระประธานอยู่ในวิหาร  เล่าลือกันว่าน่าจะสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 1800 เพื่อทดแทนหลวงพ่อสุวรรณแสนองค์จริงที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 3 สร้างจากทองคำทั้งองค์ แต่ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้งจนต้องย้ายเมืองไปนครธม และก่อนย้ายได้นำพระสุวรรณแสนไปซ่อนไว้ในน้ำเพราะกลัวข้าศึกแย่งชิง  แล้วจึงสร้างหลวงพ่อพระองค์แสนองค์ใหม่นี้ขึ้นตามแบบองค์เดิม แม้ไม่ได้ทำจากทองคำแต่ภายในก็บรรจุเครื่องรางของขลังไว้มากมาย  ภายหลังมีการบูรณะหลายครั้ง กระทั่งถึงปีเฉลิมฉลองราชธานีครบ 200 ปี จะมีการขยายโบสถ์ จึงมีคนพยายามทุบองค์พระ และสร้างองค์ใหม่ไว้ที่ด้านหลัง  แต่ก็ทำไม่ได้ ทุบครั้งใดก็ได้ยินแต่เสียงหัวเราะดังออกมา ภายหลังคนทำก็ล้มป่วย จนต้องล้มเลิก ทำให้ทุกวันนี้จะมีหลวงพ่อซ้อนกันอยู่ 2 องค์ ซึ่งองค์หน้าก็คือ หลวงพ่อพระองค์แสนองค์เดิม ส่วนองค์หลังคือองค์ที่สร้างขึ้นมาใหม่

พระวิหารหลังงามกลางวัด

หลวงพ่อพระองค์แสนสุกปลั่ง

           ส่วนหลวงพ่อสุวรรณแสนองค์จริงที่ว่ากันว่าถูกซ่อนไว้ในน้ำก็เล่าลือกันว่า จมอยู่ในหนองหาน  จุดที่ลึกที่สุดที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ขุม (หลุม)  ชาวประมงสมัยก่อนที่หาปลาในหนองหาน เมื่อมาถึงขุมลึกก็มักทอดแหออกไปแล้วติดอะไรบางอย่าง เมื่อดำลงไปดึงแหออกถึงได้รู้ว่า กำลังเหยียบอยู่บนบ่าพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่  เพราะเหตุนี้คนสกลนครจึงเชื่อว่า หนองหานคือแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดสกลนคร

มณฑปประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทจำลอง

รอยพระพุทธบาทจำลองด้านใน

บรรดาสิงห์หน้าวัด นั่งเรียงกันอย่างสง่างาม

ติดต่อสอบถาม : 0 4271 1132

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : ริมหนองหาน ถ.เจริญเมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

เว็บไซต์ : www.facebook.com/phuthai.ponenakeaw

ใครอยากเที่ยวม่วนซื่น ขอแนะนำให้ลองมา “สกลนคร” เพราะนอกจากได้ท่องเที่ยวหลากหลายในวันเดียวแล้ว พอได้เจอความน่ารักของชาวสกลฯ จะยิ่งสุขคูณสองจนอยากมากันบ่อย ๆ แน่นอน