เจาะเกาะติด – คุมตัวทำแผนฯ เพื่อนพ่อฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 11 ขวบ

695

ความคืบหน้ากรณีพบศพเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ถูกฆ่าเปลือย แล้วอำพรางศพไว้ในป่าอ้อย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง หลังหายตัวไปจากโรงเรียนนานเกือบ 2 วัน ซึ่งต่อมาตำรวจตามรวบตัวผู้ต้องหาได้ ปรากฏว่าเป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อเด็กหญิง อ้างเด็กเรียกว่า “ลุงจ๋า” จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ แต่เด็กขัดขืนจึงบีบคอจนสิ้นใจ

การหายตัวไปของเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ถูกประกาศหาโดยสื่อโซเชียล ที่นำภาพถ่ายของเด็กหญิง พร้อมข้อความ ระบุว่า เธอหายตัวไปจากโรงเรียนในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ช่วง 4 โมงเย็นหลังเลิกเรียน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยครอบครัวหวังว่าจะได้เบาะแส

ต่อมา ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งพบหลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงเรียน จับภาพเด็กหญิงขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของชายต้องสงสัยรายหนึ่งมุ่งหน้าพื้นที่หมู่ 3 ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง

ตำรวจนำภาพชายต้องสงสัยให้พ่อและแม่เด็กหญิงดู ก่อนยืนยันตรงกันว่าชายดังกล่าว คือนาย วิชัย โชติเสนา อายุ 57 ปี เป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อเด็กหญิง และเคยขี่รถจักรยานยนต์ไปรับเด็กที่โรงเรียนมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง

ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การออกหมายจับ นายวิชัย โชติเสนา ก่อนรวบตัวได้คาแคมป์คนงานในตำบลตาสิทธ์  เขาถูกแค้นสอบอยู่นาน  ก่อนรับสารภาพว่าได้พาเด็กไปข่มขืนก่อนฆ่าและนำศพไปอำพรางในป่าอ้อย ห่างจากโรงเรียน 7 กิโลเมตร ตำรวจจึงนำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าค้นหาศพ กระทั่งพบร่างของเด็กหญิง สภาพนอนคว่ำหน้า เปลือยกาย ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ที่คอมีรอยบีบจนช้ำ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

หลังสอบปากคำ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด จุดแรก คือบริเวณหน้าโรงเรียนที่เขาขี่รถจักรยานยนต์มารับเด็กหญิงซึ่งถูกวงจรปิดบันทึกหลักฐานไว้ได้

จุดที่ 2 เป็นบริเวณป่าอ้อย เขาลงมือข่มขืนเด็กหญิง โดยเด็กพยายามต่อสู้ขัดขืนและวิ่งหนี จนล้มศีรษะฟาดกับก้อนหิน ก่อนเขาจะใช้มือบีบคอจนเสียชีวิต

 

 

จุดที่ 3 เป็นบริเวณหนองน้ำข้างป่าอ้อย เขานำร่างเด็กหญิงไปทิ้งอำพรางไว้ โดยระหว่างทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดนี้  ชาวบ้านจำนวนมากได้ตะโกนสาปแช่ง ปาก้อนหินใส่และพยายามเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ตำรวจจึงรีบนำตัวขึ้นรถทันที

ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า เด็กหญิงขอให้พาไปหาพ่อแต่ระหว่างทางเด็กได้ เรียกเขาว่า “ลุงจ๋า”  จึงเกิดอารมณ์ทางเพศตัดสินใจพาไปข่มขืน โดยปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่าเพียงแค่ต้องการให้เด็กหยุดร้อง จึงใช้มือบีบคอ ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต

เขายอมรับว่า รู้สึกผิดกับครอบครัวเด็กหญิงเพราะพ่อของเธอก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี คอยช่วยเหลือกันมาตลอด วันเกิดเหตุทำไปเพราะขาดสติตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก คือ พรากผู้เยาว์ข่มขืนกระทำชำเรา ฆ่าคนตาย และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ พร้อมรอผลชันสูตรศพ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

จุฑารัตน์  มีช้าง

รายงาน