มือระเบิดรพ.พระมงกุฎฯ อ้างใช้เงินเพียง 50 บาท ประกอบระเบิด เหตุไม่พอใจรัฐประหาร

834

ความคืบหน้าหลังตำรวจ สามารถรวบตัวอดีตวิศวกรวัย  62  ปี  ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จนทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย เมื่อวานนี้ทหารได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้กับตำรวจ เพื่อคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว ตั้งแต่การลอบวางระเบิดเมื่อปี 2550 จนครั้งล่าสุด รวม 6 ครั้ง เพราะไม่พอใจการรัฐประหาร และต้องการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 กล้องวงจรปิดหน้าโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า บันทึกภาพชายต้องสงสัย เดินถือถุงพลาสติกบรรจุร่มและสิ่งของลักษณะมีน้ำหนักเดินเข้าไปที่ห้องวงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นห้องจ่ายยา นายทหารชั้นสัญญาบัตร ในอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 ปี เขานั่งอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนจะเดินออกจากอาคาร โดยในถุงพลาสติกเหลือเพียงร่มเท่านั้น

10 นาทีต่อมา เกิดเหตุระเบิดในห้องวงษ์สุวรรณ เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่มารอรับบริการต่างวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน มีผู้บาดเจ็บถึง 28 ราย เบาะแสจากพยานยืนยันจุดระเบิดอยู่บริเวณมุมห้องที่ชายต้องสงสัยนั่งอยู่ และเมื่อเขาออกไป ก็มีแจกันใบหนึ่งถูกติดไว้ นี่เป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การติดตามตัว นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

นายวัฒนา สารภาพว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาก่อเหตุ แต่เขาเป็นคนวางระเบิด  ตั้งแต่เดือนเมษายน หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ต่อมาหน้าโรงละครแห่งชาติและเหตุระเบิด 3 ครั้งในปี 2550 ซึ่งทุกจุด ตำรวจพบรูปแบบการประกอบระเบิดตรงกัน โดยใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศึกษาวิธีการ ผู้ต้องหาอ้างว่า ใช้ต้นทุนประกอบระเบิดเพียงครั้งละ 50 บาท

หลังการตรวจร่างกายและให้พยานชี้ตัว ตำรวจคุมตัวนายวัฒนา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกที่บ้านพักย่านรามอินทรา  บริเวณโต๊ะนั่งทำงานหน้าบ้าน ที่ใช้ประกอบระเบิดในแจกันดอกไม้และในบ้านซึ่งเป็นจุดที่พบสิ่งของที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิด จุดที่นำระเบิดไปทดสอบในเรื่องของน้ำหนัก และจุดที่ตรวจค้นพบอาวุธ

จุดที่สอง ในห้องวงษ์สุวรรณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งนายวัฒนานำระเบิดมาวางไว้  โดยใช้เวลาก่อเหตุราว 2 ชั่วโมง ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถประจำทาง

ส่วนจุดสุดท้าย เป็นจุดที่นายวัฒนา สารภาพว่าได้วางระเบิด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2550 เป็น 1 ใน 3 ครั้งที่เขาก่อเหตุในปีนั้น ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะริมถนน ซึ่งขณะนั้นตำรวจตรวจสอบพบเป็นระเบิดแรงดัน ทำให้กระจกตู้โทรศัพท์แตก 3 ใบ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

หลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจคุมตัววัฒนา ฝากขังที่ สน.พญาไท โดยได้เชิญตัวภรรยาของเขา มาให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมอายัดรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนภรรยาอีกคน ขณะนี้อยู่ในการควบคุมตัวของทหาร ตามมาตรา 44  เพื่อสอบปากคำเเละเพื่อตรวจสอบบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนการก่อเหตุระเบิด