รวบตัวคนร้ายทำทีเป็นลูกค้ายิงสองสามีภรรยาร้านขายของชำ ชิงสร้อยทอง 1 บาท

117

 

     ผ่านไปนานกว่า 1 เดือน หลังคนร้ายก่อเหตุใช้ปืนยิงสองสามีภรรยา เจ้าของร้านขายของชำในจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วชิงสร้อยทองหนัก 1 บาท เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สามีเสียชีวิต ส่วนภรรยาได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้ว พบก่อนหน้านี้ เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกัน และมีหมายจับติดตัว 6 คดีในหลายพื้นที่

9 พฤษภาคม กล้องวงจรปิดร้านขายของชำติดถนนสายสองพี่น้อง-ลาดบัวหลวง ตำบลบางตาเถร จังหวัดสุพรรณบุรี จับภาพคนร้าย นุ่งกางเกงขาสามส่วนลายพราง สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อต สวมหมวกมีปีก ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าไปจอดที่หน้าร้าน โดยทำทีเป็นลูกค้ายืนสั่งซื้อของ จากนั้นรอจนลูกค้าอีกคนขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป จึงเดินตามชายเจ้าของร้านเข้าไปภายในร้านค้า

 

กล้องวงจรปิดอีกมุม เห็นภาพชายเจ้าของร้านถือแก้วน้ำอัดลมเดินไปวางที่เคาน์เตอร์  ระหว่างที่กำลังหยิบน้ำแข็งมาใส่  จู่ๆชายคนร้ายชักปืน เดินตรงเข้ามา จ่อยิงเข้าที่ศีรษะชายเจ้าของร้าน 1 นัดจนล้มลง ก่อนหันไปกระหน่ำยิงภรรยาเจ้าของร้านซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ แล้วเดินเข้าไปกระชากสร้อยคอทองคำ จากนั้นขึ้นรถจักรยานยนต์ ขี่รถหลบหนีไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นายจำรัส เมฆหมอกเจ้าของร้าน ซึ่งถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมา 3 วันหลังเกิดเหตุ เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมพิศ เมฆหมอก ภรรยาเจ้าของร้าน ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวา 1 นัด แม้อาการจะดีขึ้น แต่แพทย์ยังไม่สามารถผ่าตัดกระสุนออกมาได้

ผ่านมานานกว่า 1 เดือน ในที่สุดตำรวจสามารถจับตัวคนร้าย คือ นายวิรัตน์ มีนุช อายุ 32 ปี ได้ที่บ้านหลังหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมของกลาง เสื้อเชิ้ต หมวกกันน็อก รถจักรยานยนต์ ปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมสร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองที่ขโมยไป

จากการสอบสวน ตำรวจเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านร้านขายของชำ และเห็นสร้อยคอทองคำที่ภรรยาเจ้าของร้านสวมอยู่ จึงขี่รถวนกลับเข้ามา ทำทีเป็นลูกค้าสั่งซื้อของ ก่อนลงมือก่อเหตุเพื่อหวังชิงทรัพย์ โดยคนร้ายเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งจะยิงเจ้าทรัพย์และคนใกล้ชิด ก่อนชิงเอาทรัพย์สินหลบหนีไป จนทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นพิการมาแล้ว

จากการตรวจสอบ พบคนร้ายรายนี้มีหมายจับติดตัว 6 คดี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง วิ่งราวทรัพย์ และชิงทรัพย์ โดยก่อเหตุในหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดนครปฐม ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และ ระยอง ซึ่งเมื่อปี 2552 คนร้ายเคยถูกตำรวจจับตัวได้แล้ว แต่หลบหนีประกันในชั้นศาล

สำหรับคดีในครั้งนี้ ตำรวจแจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

รายงาน