ทัวร์วัด ฟังตำนาน เมือง ปากน้ำโพ

303

 

ฝนซาฟ้าใส เราเลยอาศัยจังหวะฝนเว้นช่วง มาเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเที่ยว  เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ หรือ จังหวัดนครสวรรค์ ประตูสู่ภาคเหนือ ที่มากไปด้วยตำนานเรื่องเล่า จนเราต้องขอไปดูให้เห็นกับตา ส่วนจะมีตำนานอะไรให้เราไปดูให้เห็นกับตาบ้าง ตามไปพิสูจน์เลยค่ะ

 

           เป้าหมายแรกเราไป วัดจอมคีรีนาคพรต ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บนยอดเขาบวชนาค ระหว่างเชิงสะพานเดชาติวงศ์ และค่ายจิระประวัติ ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 1 กม. เชื่อว่าเป็นวัดที่ตั้งมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  มาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ก็มีการตั้งชื่อว่า วัดเขาบวชนาค พอถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จึงได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่าวัดจอมคีรีนาคพรต  แต่ชาวบ้านก็ยังติดเรียกว่า วัดเขาบวชนาค หรือ วัดเขานครสวรรค์  หรือเรียกย่อ ๆ ว่า วัดเขา มาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อเข้ามาในบริเวณวัด ซึมซับบรรยากาศสุดสงบแล้ว จุดแรกที่เราต้องไปชมก็คือ โบสถ์เทวดาสร้าง โบสถ์ไม้สักที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมในแบบสุโขทัย ที่รอบโบสถ์ล้อมด้วยใบเสมาหินชนวนคู่รวม 16 แผ่น  ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง  ซึ่งทั้งนครสวรรค์มีเพียงวัดนี้ที่เป็นใบเสมาคู่  คาดว่าจะมีอายุกว่า 500 ปี ส่วนสาเหตุที่เล่าลือกันว่าโบสถ์นี้เทวดาสร้าง  เพราะมีตำนานเล่าว่า เริ่มแรกที่สร้างโบสถ์ ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างในลักษณะลงเสาพร้อมเครื่องบนให้เป็นรูปโครงของอุโบสถ แต่ยังไม่สร้างต่อ เพราะเกิดค่ำมืดเสียก่อน ในคืนนั้นเองชาวบ้านต่างได้ยินเสียงมโหรีปี่พาทย์บรรเลง และเห็นแสงสว่างอยู่ทั่วบริเวณที่สร้างโบสถ์  พอรุ่งสางเมื่อชาวบ้านไปดูก็พบว่างานที่ทำไว้นั้นสำเร็จเรียบร้อยหมด และไม่ปรากฏว่ามีใครเข้าไปทำเลยแม้แต่คนเดียว จึงเชื่อกันว่าเทวดาได้ลงมาช่วยกันยกโบสถ์เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องสร้างต่อ ดังนั้นโบสถ์แห่งนี้จึงกลายเป็นโบสถ์โถง ที่ไม่มีผนังกั้นแบบโบสถ์อื่น ๆ

โบสถ์เทวดาสร้าง

ใบเสมาหินชนวนคู่

      ในโบสถ์นี้ยังเป็นที่ประดิษฐาน  พระศรีสรรเพชญ์ พระประธานในซุ้มเรือนแก้ว พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีลักษณะศิลปะแบบสุโขทัยตอนต้น หรือทวารวดี หรือขอมโบราณ ดูแล้วขลังมาก ๆ และถ้าเดินมาด้านหลังองค์จะเจอพระพุทธรูปปางลีลาในซุ้มเรือนแก้วที่เป็นศิลปะสมัยทวารวดีอีกองค์ ชื่อ พระพุทธธัญดร  ซึ่งพระปางลีลาที่มีลักษณะแบบนี้ ตั้งอยู่ในโบสถ์หลังพระประธานแบบนี้ ถือเป็น Unseen Thailand เลยทีเดียว

พระศรีสรรเพชญ์

พระพุทธธัญดร

        กราบพระขอพรเสร็จเราก็ไปไหว้ พระพุทธบาท 4 รอย ในมณฑปต่อ  พระพุทธบาท 4 รอยนี้ที่เชื่อกันว่า รอยพระบาท 4 รอยที่เรียงซ้อนกันนี้คือ  รอยพระพุทธบาทจำลองของพระพุทธเจ้า  4 พระองค์ (พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า) กราบรอยพระบาทเดียว เหมือนได้สักการะพระพุทธเจ้า 4 พระองค์เลยทีเดียว และถ้าใครมาเที่ยวชมวัดนี้ช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปีก็จะได้ร่วมงาน ไหว้พระปิดทองวัดจอมคีรีนาคพรต  ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

 

พระพุทธบาทสี่รอย

ติดต่อสอบถาม : ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ 0 56 22 1602, 0 56 22 1034, 0 56 22 1656 ต่อ 114 / ททท.ภาคกลาง เขต 7 0 36 42 2768 – 9

เปิดให้เข้าชม : 06.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : เลขที่ 3 บ้านเขาบวชนาค หมู่ที่ 4 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ (ริมถนนพหลโยธิน  ก่อนข้ามสะพานเดชาติวงศ์เข้าสู่ตัวเมือง  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กม.)

 

จากตำนานโบสถ์เทวดาสร้าง เราก็ก้าวสู่ตำนานต่อไปที่ วัดวรนาถบรรพต หรือ วัดเขากบ วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของนครสวรรค์  โดยมีหลักฐานจากศิลาจารึกที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงค้นพบบนยอดเขากบทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้างขึ้นสมัยสุโขทัย  โดยพญาบาลเมืองสร้างวัดนี้เพื่ออุทิศแด่พญารามผู้น้องที่สิ้นพระชนม์ระหว่างทำศึกกับหัวเมืองฝ่ายใต้  และในศิลาจารึกบอกว่าวัดนี้ชื่อ วัดปากพระบาง แต่ชาวบ้านมักในบริเวณวัดจะเรียกกันว่า วัดกบ หรือ วัดเขากบ ตามชื่อของภูเขากบ

ภายหลังวัดนี้กลายเป็นวัดร้าง ตั้งอยู่ในป่ารกทึบ  จน หลวงพ่อทอง เดินธุดงค์ผ่านมาจำพรรษา ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้ท่านมาจำวัดที่นี่  ซึ่งท่านก็ยอมอยู่และช่วยชาวบ้านพัฒนาจนวัดเจริญขึ้น  บริเวณวัดนี้แบ่งออกเป็นส่วนบนเขา และเชิงเขาด้านล่าง โดยที่เชิงเขามีเจดีย์ขนาดใหญ่ และปัจจุบันที่วิหารข้าง ๆ เจดีย์ก็มีรูปหล่อหลวงพ่อทอง ที่เป็นที่เลื่อมใสของชาวนครสวรรค์ตั้งอยู่ด้วย และที่วัดนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองข้างซ้าย ที่เชื่อว่าได้มาจากลังกาทวีป

เจดีย์ทรงระฆังเก่าแก่ขนาดใหญ่

รูปหล่อหลวงพ่อทองที่ชาวนครสวรรค์เคารพมาก

วิหารพระพุทธบาท

รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่เชื่อว่าได้มาจากลังกาทวีป

บันไดทางขึ้นด้านบนของวัดสีสันสดใส

บรรยากาศเมื่อขึ้นมาถึงวัดด้านบน

ชื่อว่าเขากบ ก็ต้องมีรูปปั้นกบนะ อ๊บ ๆ

มองเห็นวิวสวย ๆ ของเมืองปากน้ำโพ

            และที่มีตำนานลี้ลับอย่าง พระกินเณร! แหนะ ๆ  หันมาทำตาโตแบบนี้งงล่ะสิ  คือที่มาของตำนานนี้มาจาก พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ยาวประมาณ 10 วาเศษ โดยร่ำลือกันมาว่า สามเณรที่วัดจู่ ๆ ก็หายตัวไปอย่างลึกลับทีละรูป ๆ ซึ่งแรก ๆ ทางวัดก็เข้าใจว่าเณรคงหนีกลับบ้าน แต่ปรากฏว่าโยมพ่อโยมแม่ของเณรที่หายไปก็ไม่ทราบเรื่องที่เณรหายไป และมีคนมาบอกเจ้าอาวาสว่า ที่ปากของพระพุทธรูปในโบสถ์เก่าแก่ข้างเจดีย์มีเศษจีวรติดอยู่ แถมนานวันเข้าองค์พระก็มีขนาดใหญ่ขึ้น จากที่มีขนาดเท่าคนจริงก็กลายเป็นสูงใหญ่ร่วม 2 เมตร แม้จะไม่มีใครให้คำตอบกับเรื่องนี้ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่เจ้าอาวาสก็กำชับไม่ให้พระ และเณร โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้โบสถ์ ไม่ให้ออกไปข้างนอกในยามวิกาล แต่สุดท้ายก็ยังเกิดเรื่องให้ตะลึง เพราะพระพุทธรูปนอกจากใหญ่ขึ้นแล้ว  จากตอนแรกเป็นพระยืน ก็กลายเป็นพระนอนอีกด้วย และยังพบเศษจีวรติดอยู่มุมปากพระพุทธรูป เจ้าอาวาสเลยตัดสินใจจ้างช่างมาทำประตูเหล็กล้อมองค์พระเอาไว้ จากนั้นก็ไม่มีเหตุเณรหายไปอีกเลย  ซึ่งถ้าไม่นับเรื่องความตื่นเต้น คนส่วนใหญ่ก็บอกว่าตำนานนี้เป็นกุศโลบายที่พระผู้ใหญ่ในวัดสมัยก่อนใช้ขู่เณรไม่ให้ออกมาวิ่งเล่นในวัดยามค่ำคืนเท่านั้น  ใครเชื่อไม่เชื่อไม่รู้ แต่เราก็มาดูให้เห็นกับตากันแล้วล่ะค่ะ

พร้อมเข้าไปฟังตำนาน พระกินเณร หรือยัง?!

พระพุทธไสยาสน์ ที่ตำนานว่า องค์ใหญ่ขึ้น ยาวขึ้น

แม้จะมีตำนานชวนขนลุก แต่พระพักตร์องค์พระก็ดูเมตตา

ศาลตากบ – ยายเขียด

ติดต่อสอบถาม : 0 56 33 6094, 08 4688 9858, 08 7210 6197

เปิดให้เข้าชม : 06.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง :   เลขที่ 188 ถ.ธรรมวิถี  ต.ปากน้ำโพ  อ.เมืองนครสวรรค์  จ.นครสวรรค์

เว็บไซต์ : www.facebook.com/watworanatbanphot/

 

          ตื่นเต้นกับตำนาน 2 เรื่อง จาก 2 วัดไปแล้ว เราก็ขอไปกินมื้อเที่ยงที่ภัตตาคารระดับตำนานอย่าง เล่งหงษ์ ร้านอาหารจีนต้นตำรับที่นำสูตรมาจากเมืองจีนกันเลย ถือเป็นร้านอาหารจีนเจ้าแรกที่มาเปิดในนครสวรรค์ ตั้งแต่ปี 2518 ถึงตอนนี้ก็เสิร์ฟความอร่อยมาร่วม 42 ปี โดยแต่เดิมต้นตระกูลของเจ้าของภัตตาคารทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน แต่ภายหลังกิจการอาหารไปได้ดีกว่าจึงหันมาทำด้านนี้อย่างเต็มตัว  แต่เห็นหรูหราอลังการขนาดนี้ นอกจากใช้ของดีคุณภาพคับแก้ว ที่อร่อยหอเจี๊ยะสไตล์จีนแท้ ๆ  แล้ว ราคายังไม่ทำร้ายกระเป๋าสตางค์อย่างที่คิดด้วย

แค่เข้ามาก็เห็นถึงความหรูหรา

เลือกเลย นั่งตรงไหนก็บริการเต็มที่จ้า

ภาพวาดสวย ๆ บ่งบอกความเป็นมาบนผนังทางเดิน

     ส่วนเมนูขึ้นชื่อของภัตตาคาร เราก็ติ๊กเช็คลิสต์ของเลิศ ๆ มาฝากกันเพียบเลยล่ะ

          หูฉลามน้ำแดง

          เป็ดปักกิ่ง

          ปลาหมึกไข่ผัดพริกเกลือ

          ปูทะเลผัดผงกะหรี่

          บะหมี่อบขาห่าน

          ปลากะพงทอดน้ำปลา

          กุ้งแชบ๊วยราดซอสสามสี

          ไข่มังกร

 ติดต่อสอบถาม : 0 56 00 0610

เปิดให้บริการ : 09.30 – 22.00 น.

ที่ตั้ง : 99/990 ถ.พรหมนิมิตร ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์

เว็บไซต์ : www.facebook.com/lenghong.nwgroup/

         

          อร่อยกับมื้อใหญ่ระดับเหลาเสร็จแล้ว เราก็ไปต่อกับตำนาน  คณะมังกรทอง จ้าวพ่อ-จ้าวแม่หน้าผา คณะมังกรทองที่อยู่คู่  ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ปากน้ำโพ (หน้าผา) มาตั้งแต่ปี 2507 ซึ่งเป็นปีที่มีการเริ่มแห่มังกรครั้งแรกของชาวปากน้ำโพ เพราะแต่เดิมขบวนแห่จะมีแค่การเชิดสิงโต เอ็งกอ ล่อโก๊ว มีสาวงามถือธงร่วมกับกับคณะกรรมการจัดงาน เหมือนอย่างงานทั่วไป จนในปี 2507  จึงมีการริเริ่มขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยการแห่มังกร คณะมังกรทองจึงถือว่าเป็นคณะมังกรคณะแรกในประเทศไทย ส่วนที่ตั้งชื่อว่าคณะมังกรทอง เพราะคนจีนเชื่อว่ามังกรทองเป็นตัวแทนของจักรพรรดิ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และเจริญรุ่งเรือง ผ่านไปทางไหนก็เป็นสิริมงคล

คณะมังกรทอง อยู่คู่ ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่หน้าผา มานานมาก

ชาวคณะมังกรทองเตรียมโชว์แห่มังกรอย่างกระตือรือร้น

 

ปัจจุบันคณะมังกรทองพัฒนามาไกลมาก  ตัวมังกรมีขนาด และความงดงามตระการตาเพิ่มขึ้น  การเชิดก็มีลีลาเฉพาะตัวที่สนุกสนาน น่าหวาดเสียว ไม่เหมือนที่จีนและญี่ปุ่น ปัจจุบันคณะมังกรทองถือเป็นสมบัติส่วนรวมของชาวปากน้ำโพ เป็นต้นตำรับการเชิดมังกรในประเทศไทยที่มีการแสดงโด่งดังไปทั่วเอเชีย แต่ถ้าใครอยากชมการแสดงของคณะมังกรทอง ต้องมาดูในงานประเพณีแห่เจ้าฉลองเทศกาลตรุษจีนของชาวปากน้ำโพ ช่วงประมาณปลายเดือน ม.ค. – ต้น ก.พ. ของทุกปี  เพราะเค้าจัดแสดงเพื่องานนี้เท่านั้น  เพื่อสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมไทย – จีน หรือนาน ๆ ทีอาจมีการแสดงพิเศษในงานสําคัญ ๆ เช่น งานพระราชพิธีเป็นต้น  ซึ่งด้วยความสามารถของคณะมังกรทอง ทำให้ได้โอกาสแสดงถวายหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์มาหลายต่อหลายครั้ง  ทั้งที่จังหวัดนครสวรรค์เอง  และจังหวัดอื่น ๆ มาหลายครั้งแล้ว เลิศมั้ยล่ะ

ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมาก

แห่มังกร ก็ต้องมีการล่อแก้วกันหน่อย

            แต่มาถึงปากน้ำโพ ถ้าไม่ได้ไหว้ ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ปากน้ำโพด้วยก็เหมือนมาไม่ถึงนครสวรรค์ โดยอีกชื่อหนึ่งของศาลนี้คือ ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่หน้าผา หรือ เจ้าแม่ทองสุข หรือ เจ้าแม่ลำดวน หรือที่คนจีนเรียก ปึงเถ่าม่า (เจ้าแม่หน้าผา) กับ  ปึงเถ่ากง (เจ้าพ่อหน้าผา) ซึ่งตำนานของศาลแห่งนี้เล่าว่าเมื่อก่อนมีตายายคู่หนึ่งฝันเห็นหญิงชราตัวเปียกโชกมาบอกว่า ตัวเองลอยน้ำมาจากอยุธยาถึงนครสวรรค์แล้วหนาวมาก ให้นำขึ้นมาที รุ่งขึ้นทั้งคู่จึงไปที่ริมน้ำบริเวณที่เป็นหน้าผาค่อนข้างสูงชัน จึงได้พบไม้จันทร์ดำ กว้าง 1 ฟุต สูง 2 ฟุต แกะเป็นรูปเจ้าแม่ พร้อมด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปเทพองค์อื่น ๆ ติดอยู่ตรงซอกหินริมน้ำ จึงอัญเชิญทั้งหมดขึ้นมา พร้อมสร้างศาลเล็ก ๆ ให้ที่ริมแม่น้ำ ภายหลังตายายก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ต่อมาก็มีการขยับขยายจนกลายเป็นศาลขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน เรียกกันติดปากว่า ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ปากน้ำโพมาจนถึงทุกวันนี้  และทุกปีจะมีการนำองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่เข้าร่วมขบวนแห่ ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดเลยล่ะ

ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่หน้าผา (ปากน้ำโพ)

ก่อนเข้าไปในศาลเจ้าก็มาสักการะเจ้าแม่กวนอิมกันก่อน

เพียงเข้ามาในศาลเจ้าก็รู้สึกถึงความขลัง

องค์เจ้าพ่อ – เจ้าแม่ ที่ชาวปากน้ำโพศรัทธา

ไม้จันทร์ดำแกะสลักเก่าแก่ในตำนาน

เสร็จแล้วก็มาสักการะ เจ้าพ่อกวนอู ไท้ส่วยเอี๊ย และเทพองค์อื่น ๆ ตามสเต็ป

ติดต่อสอบถาม : คณะมังกรทอง 08 5267 3329  / ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ 0 56 51 4982, 08 7732 8409

เปิดให้เข้าชม : ศาลเจ้าเปิดให้เข้าชม 06.00 – 17.00 น.

ที่ตั้ง : ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผา 60/62 ถ.ดาวดึงส์ (มาตุลี ซอย 13 ) อ.เมือง จ.นครสวรรค์  /  ถ.โกสีย์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

เว็บไซต์ : www.facebook.com/dragon.nakhonsawan/  /  www.facebook.com/pages/ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่-หน้าผา/420259881380693

เดินทาง : เมื่อถึงนครสวรรค์แล้ว ข้ามสะพานเดชาติวงศ์ เลี้ยวขวาเข้าถนนสวรรค์วิถีขับไปประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนธรรมวิถี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางถนนโกสีย์ ประมาณ 600 เมตรจะพบศาลเจ้า ทางขวามือ

 

       แต่ละที่ล้วนมีเรื่องเล่า จริงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ ๆ (เที่ยว) ตามประสาคนไทยย่อมถือคติ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  ไปที่ไหนก็ขอไหว้ให้เป็นสิริมงคลก่อนเลยก็แล้วกัน เนอะ ๆ