เผยคลิประทึก เมียหลวงไล่ชนรถสามีกับกิ๊ก เสียหาย 5 คันรวด

232

จากกรณีที่ภรรยาหลวงโมโหขับไล่ชนรถสามีที่นั่งมากับกิ๊กบนถนนรังสิต-นครนายก ทำให้รถยนต์เสียหาย 5 คันรวด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดหนึ่งในเหยื่อที่โดนลูกหลงเผยคลิปเหตุการณ์นาทีที่ถูกชน เสียงดังสนั่น

นี่เป็นคลิปจากกล้องหน้ารถยนต์ของผู้เสียหาย ที่โดนลูกหลงถูกชนจากเหตุการณ์ภรรยาหลวงขับรถไล่ตามสามีที่พากิ๊กนั่งมาด้วย โดยเธอพุ่งชนรถของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องเสียหายหลายคัน ในคลิปจะได้ยินเสียงรถถูกชนอย่างแรงจนหมุน มีเสียงเด็กที่นั่งอยู่ในรถร้องไห้อย่างขวัญเสียเพราะตกใจสุดขีด

ผู้เสียหายยังโพสต์ข้อความว่า เพราะสาเหตุจากความประมาท ความเห็นแก่ตัว ความหึงหวงไร้สติ โดยไม่คิดถึงว่าคนอื่น จะได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด ตอนนี้บอกได้เลยว่าจิตใจไม่ปกติ คิดไปต่างๆ นานา ถ้าเราไม่โชคดีเราคงไม่ได้อยู่กับลูกและครอบครัว

ผู้โพสต์คลิปนี้ยังระบุด้วยว่า ไม่อยากประจานใครแต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์เตือนให้ระวัง และควรทำทุกอย่างแบบมีสติ ซึ่งหลังคลิปถูกโพสต์มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิถึงพฤติกรรมของหญิงที่เป็นต้นเหตุขับรถชนครั้งนี้

สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริเวณถนนสายรังสิต – นครนายก ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยรถคันต้นเหตุเป็นรถยนต์อเนกประสงค์สีดำ ทะเบียนป้ายแดงของภรรยาหลวงที่ขับไล่ตามรถเบนซ์สีขาวของสามี หลังจากแอบติดสัญญาณ GPS ไว้ที่รถเบนซ์ เพราะเริ่มระแคะระคายว่าสามีแอบไปมีกิ๊ก

เมื่อขับตามมาจนแน่ใจว่า สามีพาหญิงอื่นนั่งมาในรถ ภรรยาหลวงจึงตัดสินใจขับแซงไปดักหน้า แล้วพุ่งชนรถเบนซ์ของสามีเข้าอย่างจัง โดยที่มีรถของประชาชนอีก 3 คัน ถูกลูกหลงโดนชนได้รับความเสียหาย และเหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  6 ราย

หลังเกิดเหตุตำรวจได้เรียกภรรยาหลวงและสามี พร้อมเจ้าของรถอีก 3 คัน ที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งตัวแทนบริษัทประกันภัยของคู่กรณีทั้งหมดมาเจรจาที่สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี พร้อมเปรียบเทียบปรับภรรยาหลวงที่ก่อเหตุครั้งนี้แล้ว

ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่าทั้งสามีและภรรยาหลวงที่ก่อเหตุ เป็นผู้บริหารของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งส่วนผู้ที่บาดเจ็บอาการหนักที่สุดคือ หญิงซึ่งนั่งมากับรถเบนซ์สีขาวที่มีฝ่ายสามีเป็นคนขับ พบว่ามีอาการกระดูกแขนขวาหลุด ขณะนี้ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรายอื่นๆ แพทย์ได้รักษาและให้กลับบ้านได้แล้ว