เจ้าหน้าที่เร่งเก็บพยานหลักฐานเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี กลางเมืองปัตตานี

46

บ่ายวานนี้เกิดเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี กลางเมืองปัตตานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 60 คน  มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมถึงอาคารของห้างได้รับความเสียหายอย่างมาก  ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งหาหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงไปยังคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 4 คน

เวลา 10.32 น. เมื่อวานนี้รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอน ป้ายทะเบียน บจ 3303 ขับผ่านด่านคลองทราย เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลา- ปัตตานี

 

เวลา 13.43 น. คนร้ายขับรถเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ปัตตานี ผ่านจุดตรวจของทางห้าง โดยแสดงบัตรประชาชนของเจ้าของรถเพื่อขับเข้าไปด้านใน

ต่อมาคนร้ายขับรถเข้าไปจอดบริเวณทางเข้าของห้าง ชายสวมเสื้อสีดำนั่งข้างคนขับลงจากรถ ก่อนจะเดินออกมาปะปนกับลูกค้าของห้าง ไม่นานชายคนขับสวมเสื้อสีแดงลงจากรถตามมา ทั้งสองรีบเดินออกจากห้างไป

14: 05 น. เกิดระเบิดบรรจุด้วยท่อเหล็กน้ำหนัก 5 กิโลกรัม บริเวณปากทางเข้าห้าง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

เวลาประมาณ 14:20 น. ห่างจากระเบิดลูกแรกเพียง 10 กว่านาที ระเบิดลูกที่สองก็เกิดขึ้นบริเวณรถกระบะคันดังกล่าว หญิงสาวรายหนึ่งบันทึกภาพวินาทีระเบิดเอาไว้ได้  แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 61 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน ในจำนวนนี้มีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บรวม 5 คน

คนร้ายอาศัยจังหวะที่ประชาชนกำลังพลุกพล่านต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด  เร่งออกมาจากห้างหลังจากระเบิดประทัดยักษ์ลูกแรกเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้นอกจากประชาชนจะรับบาดเจ็บจำนวนมากแล้ว รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถได้รับความเสียหายกว่า 50 คัน รวมถึงอาคารของห้างก็ได้รับความเสียหายอย่างมาก

 ตำรวจคาดว่ากลุ่มคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่าคน ใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน และรถยนต์กระบะเป็นคาร์บอมบ์  1 คัน เจ้าของรถคือ นายนุสน ขจรดำ ชาวยะลา ซึ่งตำรวจพบข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งวันกลุ่มคนร้ายใช้อุบายติดต่อเจ้าของรถให้ไปติดกันสาด ที่มัสยิดปะกาจินอ จ.ปัตตานี  ก่อนที่เขาจะหายตัวไปและรถถูกนำมาใช้เป็นคาร์บอมบ์

สำหรับคาร์บอมบ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ พบเป็นระเบิดบรรจุในถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม จำนวน 1 ถัง ขนาด 5 กิโลกรัมจำนวน 1 ถัง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเก็บหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก มนทกานติ เกษมสุข

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Hammhnasae Che Goh

อรวรรณ รัตนเดชา

รายงาน