หวิดตายหมู่รถพ่วงบรรทุกสารเคมี 30 ตันไฟไหม้กลางถนน

71

หวิดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมตายหมู่บนถนน เมื่อจู่ๆ รถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกสารเคมีแอมโมเนียมไนเตรตกว่า  30 ตัน เกิดไฟลุกไหม้ แต่โชคดีที่รถดับเพลิงมาทัน ฉีดน้ำระงับเหตุไว้ได้

ภาพเหตุการณ์ไฟกำลังลุกไหม้รถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกสารแอมโมเนียมไนเตรทมาเต็มคันรถจำนวน 30 ตัน จากจังหวัดระยองมุ่งหน้าไปส่งที่จังหวัดสระบุรี เหตุเกิดบนถนนบายพาสฝั่งขาออก อำเภอเมืองระยอง เมื่อกลางดึกของเมื่อวานนี้ ขณะที่คนขับรถพ่วงได้ยินเสียงดังปะทุมาจากห้องเครื่องด้านหน้ารถและมีประกายไฟเกิดขึ้น จึงรีบพาลูกและภรรยาลงจากรถวิ่งหลบหนี กระทั่งเกิดไฟโหมกระหน่ำลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แต่โชคดีที่รถดับเพลิงเข้ามาฉีดน้ำระงับเหตุได้ทัน  ทำให้ไฟไหม้เสียหายเฉพาะส่วนหัวพ่วงเท่านั้น โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรโดยรอบ พร้อมขนย้ายสารเคมีออกจากตัวรถในทันที

 

ส่วนอุบัติเหตุอีกรายเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เมื่อเวลา 23.00 น.ของเมื่อคืนนี้ เป็นเหตุชายวัย 45 ปี  ขับรถกระบะสีบรอนซ์เงิน มาพร้อมภรรยาและเพื่อนบ้านกลับจากงานเลี้ยงแต่งงาน เกิดเสียหลักปีนขอบทางชนอัดกับเสาตอหม้อข้างทางเข้าอย่างจัง จนรถพังยับเยินเสียหายอย่างที่เห็น ทำให้ชายคนขับและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ อาสากู้ภัยช่วยกันปฐมพยาบาลลำเลียงส่งโรงพยาบาลบึงกาฬอย่างเร่งด่วน  สอบสวนสาเหตุเกิดจากคนขับหักหลบคนวิ่งตัดหน้าข้ามถนนกะทันหัน

ที่จังหวัดพะเยา เป็นเหตุทหารเกณฑ์ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว เสียหลักแหกโค้งพุ่งตกลงน้ำข้างทางได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อช่วงดึกของเมื่อวานนี้บนถนนที่ชาวบ้านขนานนามว่า เป็นถนนสายผีสิงบริเวณบ้านศาลา –ศรีชุม ทางเชื่อมอำเภอดอกคำใต้กับอำเภอเมืองพะเยา ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางที่มืดและคดเคี้ยวไปมา มักเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำเนื่องจากจะมีคนเห็นภาพผู้หญิงผมยาว แต่งกายในชุดขาว เดินตัดหน้ารถในช่วงกลางดึกบ่อยๆ  ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

พลทหารเกณฑ์รายนี้บอกว่า ขี่รถจักรยานยนต์มาตามทาง จู่ๆ ก็มีหญิงชุดขาวโผล่มากลางถนน ด้วยความตกใจจึงหักหลบรถตกลงข้างทาง โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 2 วัน ที่ผ่านมามีเหตุรถเก๋งเสียหลักแหกโค้งตกลงน้ำข้างทาง ในลักษณะเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน