ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากรับเป็นเจ้าของหลอดอสุจิในถังไนโตรเจน ยันไม่เกี่ยวข้องส่งออกนอกประเทศ

118

จากกรณีที่มีชายหนุ่มถูกเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรจังหวัดหนองคายจับกุมตัวได้ ขณะกำลังนำถังไนโตรเจนบรรจุอสุจิข้ามไปส่งยังคลินิกในประเทศลาว ล่าสุดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแห่งหนึ่งในประเทศไทยออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของหลอดอสุจิบางส่วนที่ตรวจยึดได้ โดยยืนยันไม่ได้ซื้อขายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนย้ายนำออกนอกประเทศ  

เจ้าหน้าที่ศุลกากรจังหวัดหนองคายควบคุมตัวนายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ อายุ 25 ปี ขณะเตรียมขนย้ายถังไนโตรเจนถังหนึ่ง ผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ในอำเภอเมืองหนองคาย ซึ่งภายในบรรจุหลอดอสุจิ 6 หลอดของหนุ่มสัญชาติจีนและเวียดนามรวม 2 คน พร้อมแนบเอกสารจากสถาบันการแพทย์แห่งหนึ่งมาด้วย

สอบสวนนายนิธินนทน์ยอมรับว่า รับจ้างจากนายยูซึ่งเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นให้ขนย้ายถังไนโตรเจน ภายในบรรจุอสุจิ ไข่  และตัวอ่อนแช่แข็ง จากคลินิก 4 แห่งในกรุงเทพมหานคร นำข้ามไปส่งยังคลินิกในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว และที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยทำมาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีก่อน รวมแล้ว 25 ครั้ง ได้เงินค่าจ้างครั้งละ 5 พันบาท ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้หลังพบพฤติกรรมเข้าออกประเทศบ่อยครั้งจนผิดสังเกต

ทีมข่าวเดินทางข้ามพรมแดนไปตรวจสอบที่คลินิกในประเทศลาว ซึ่งนายนิธินนทน์อ้างว่าจะนำถังไนโตรเจนบรรจุอสุจิมาส่งมอบให้ พบเป็นอาคาร 2 ชั้น ตั้งอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ ติดป้ายด้านหน้าเป็นภาษาลาวข้อความว่า ศูนย์การแพทย์รักษาภาวะมีลูกยาก พบยังเปิดให้บริการตามปกติ

กรรมการผู้จัดการศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่นายนิธินนทน์กล่าวอ้างว่ารับอสุจิจากที่นี่ เพื่อนำไปส่งต่อยังประเทศเพื่อนบ้านยอมรับว่า เก็บรักษาอสุจิของคนไข้ชาวเวียดนามและจีนไว้ ก่อนที่คนไข้จะขอย้ายอสุจิออกไป ผ่านทางผู้ได้รับมอบอำนาจซึ่งมีเอกสารรับรองมาอย่างถูกต้อง โดยปฏิเสธไม่ได้เป็นการซื้อขายและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนย้ายอสุจิออกนอกประเทศ

จากการตรวจสอบพบอีกว่า คนไข้ทั้งสองรายเข้ารับการปรึกษาผู้มีบุตรยากและฝากอสุจิไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจะขอนำออกไปในวันที่ 17 และ 19 เมษายน ผ่านทางผู้ได้รับมอบอำนาจคนเดียวกัน

ด้านรองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าอสุจิทั้งหมดที่พบมาถูกขนย้ายเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการอุ้มบุญในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ แต่ในประเทศไทยมีกฎหมายป้องกันไม่ให้สามารถซื้อขายอสุจิ ไข่  หรือตัวอ่อนได้ และจากการตรวจสอบคลินิกทั้ง 4 แห่ง พบว่ามีใบรับรองเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบถังไนโตรเจนและอสุจิที่บรรจุอยู่ภายในเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากสถานพยาบาลทั้ง 4 แห่ง และตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายซื้อขายอสุจิหรือไม่

ส่วนนายนิธินนทน์มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อ เสนอซื้อ ขาย นำเข้า ส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน อัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2 แสนบาท ในความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรนำของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร

สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

รายงาน