ตำรวจพบหลักฐานยันไฟไหม้ย่างสด 3 ศพ พ่อแม่ลูกจ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นฆาตกรรมอำพราง

114

ในที่สุดตำรวจก็สามารถคลี่ปมเหตุเพลิงไหม้ย่างสด 3 ศพ พ่อแม่ลูกคาบ้านพักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่19 เมษายนที่ผ่านมาได้แล้ว หลังญาติปักใจเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆ่าอำพรางคดี โดยล่าสุดพบหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า เพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นการฆาตกรรมอำพราง

19 เมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักหลังหนึ่งในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวปลูกอยู่พื้นที่โล่งสภาพถูกไฟเผาวอดทั้งหลัง โดยเพลิงลุกไหม้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 19 เมษายน เพื่อนบ้านได้กลิ่นควันไฟแต่คิดว่าเผาขยะ กระทั่งมาพบว่าบ้านทั้งหลังถูกไฟไหม้บ้าน แต่ไม่เพียงเท่านั้นเพราะเจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพสลดใจ เมื่อพ่อแม่ลูกรวม 3 ราย เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงด้วย โดยนายสำราญ เพชรประดับ  ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตอยู่บริเวณประตูบ้านด้านใน นางสาวรุ้งทิพย์ สายทอง ภรรยาเสียชีวิตหน้าประตูห้องนอน และเด็กหญิงประภัสสร เพชรประดับ ลูกสาววัยเพียง 1 ขวบ นอนเสียชีวิตในห้องนั่งเล่น ซึ่งการเสียชีวิตยกครัวในครั้งนี้ ญาติปักใจเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอำพราง ขณะที่ตำรวจตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ อุบัติเหตุและฆาตกรรมอำพราง

เพื่อนบ้านคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายปืน 2 นัด ก่อนจะมีเพลิงลุกไหม้จนเผาบ้านวอดทั้งหลัง เชื่อมโยงกับข้อมูลของญาติที่บอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตมีปากเสียงรุนแรงกับนายใหญ่ที่มาขออาศัยและของานทำ จึงให้พักห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ 50 เมตร ก่อนวันเกิดเหตุตำรวจมาคุมตัวนายใหญ่เพราะมีพฤติกรรมเสพยา เพื่อนำไปสอบสวน แต่นายใหญ่หลบหนีไปได้ ญาติคิดว่าอาจเกิดความแค้นเพราะคิดว่าผู้ตายแจ้งตำรวจมาจับ อีกทั้งนายใหญ่ยังเคยขู่เอาชีวิตครอบครัวนี้ด้วย

ล่าสุดวันนี้ตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อคลี่คลายปมการเสียชีวิตยกครัว กระทั่งพบหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเหตุเพลิงไหม้บ้านที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการฆาตรกรรมอำพราง

ล่าสุดแม่ของนายใหญ่นำตัวนายใหญ่เข้าพบตำรวจ หลังจากหลบหนีไปกบดานอยู่ในป่าที่อำเภอกุยบุรี พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้หรือการฆาตกรรม แต่ที่หลบหนีเพราะตัวเขามีทั้งปืนและยาเสพติด เกรงว่าตำรวจจะตามจับ หลังจากก่อนหน้านี้เขาถูกจับกุมและหลบหนีมาแล้ว เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ จึงคุมตัวนายใหญ่เอาไว้สอบสวนก่อน เพื่อรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์จากการชันสูตรศพที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน