2 วัยรุ่นควงปืนขู่ ก่อนใช้มีดกระหน่ำแทงหนุ่มใหญ่กลางตลาดเมืองตรัง พบก่อเหตุโชกโชน

204

เกิดเหตุการณ์ 2 วัยรุ่นชายโชว์ปืนข่มขู่ ก่อนใช้มีดกระหน่ำแทงหนุ่มใหญ่วัย 43 ปี เสียชีวิตในตลาดท่ากลาง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง หลังเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนที่มีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่น ล่าสุดตำรวจออกหมายจับวัยรุ่นทั้งสองคนแล้ว พบมีฉายาแก๊งหมูแฮมก่อเหตุโชกโชนมีประวัติกระทำความผิดตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน

กล้องวงจรปิดบริเวณตลาดท่ากลาง อ.เมือง จ.ตรัง บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ชายสองคนกำลังต่อสู้กัน ชายสวมเสื้อสีแดงพยายามผลักชายสวมเสื้อสีขาว และดันเข้าประตูรั้วเหล็กของบ้านพักหลังหนึ่ง ล็อกตัวเข้ามุมของบ้านไม่ให้ขยับตัวหลบหนี จากนั้นมีชายอีกคนวิ่งเข้ามา มือซ้ายถือปืน มือขวาถือมีด เข้าไปกระหน่ำแทงชายเสื้อขาวที่บริเวณศีรษะจำนวน 3 ครั้ง จนทรุดตัวล้มลงกับพื้น คนร้ายทั้งสองคนเดินออกจากที่เกิดเหตุไป ทิ้งชายเสื้อขาวให้นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณดังกล่าว

 ผ่านไปไม่นานเขาพยามพยุงตัวขึ้นและเดินออกไปพ้นระยะของกล้องวงจรปิด ก่อนหมดแรงและล้มลงริมฟุตบาท ต่อมาเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา

ผู้เสียชีวิตคือ นายสมศักดิ์ หนูคง อายุ 43 ปี ซึ่งญาติยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและผู้ตายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร

สอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจที่พบว่า หลังจากผู้ตายพร้อมเพื่อน 6-7 คน กลับจากสถานบันเทิงชื่อดังในเมืองตรัง ได้แวะรับประทานอาหารบริเวณตลาดท่ากลาง ขณะนั้นเพื่อนผู้ตายเห็นญาติของตัวเองซึ่งเป็นหญิงสาวนั่งอยู่กับสองวัยรุ่นผู้ก่อเหตุจึงว่ากล่าวตักเตือน แต่สร้างความไม่พอใจให้กับวัยรุ่นทั้งสองคน จนเกิดมีปากเสียงและชกต่อยกันขึ้น ผู้ตายเข้าไปห้ามปรามและช่วยเหลือ ก่อนตำรวจสายตรวจเข้าระงับเหตุจึงต้องแยกย้ายกัน แต่วัยรุ่นทั้งสองคนยังผูกใจเจ็บ ติดตามผู้ตายออกมาจากร้าน เข้าไปใช้ปืนข่มขู่และใช้มีดกระหน่ำแทงจนเสียชีวิตดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ตำรวจออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนแล้ว คือนายชนาพัทธ์ สุดทำ อายุ 20 ปี และเยาวชนวัย 18 ปี ทั้งคู่ เป็นน้าหลานกัน พบประวัติก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชนโดยมีฉายาว่า แก๊งหมูแฮม

ตำรวจยังเปิดเผยว่า สำหรับเยาวชนที่เป็นมือมีดกระหน่ำแทงนายสมศักดิ์มีคดีติดตัวตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน และล่าสุดเพิ่งหลบหนีออกมาจากสถานพินิจจังหวัดสงขลา ก่อนจะมาก่อเหตุในครั้งนี้อีก ขณะนี้กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

อรวรรณ รัตนเดชา

รายงาน