รวบตัว ซินแสโชกุน ลอยแพทัวร์ญี่ปุ่น หนีกบดานระนอง -จ่อฟันม.112แอบอ้างเบื้องสูง

229

   ตำรวจจับกุมตัวนางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน ได้แล้วขณะหลบหนีไปกบดานที่จังหวัดระนอง หลังก่อเหตุหลอกผู้โดยสารไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แต่กลับลอยแพ ตกค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมินับพันคน  

นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน ประธานบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด พร้อมด้วยเพื่อนสาวคนสนิทและญาติรวม 4 คน ถูกตำรวจจับตัวได้ที่จังหวัดระนอง ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หลังก่อเหตุฉ้อโกงผู้โดยสารนับพันคน ที่ซื้อทัวร์ท่องเที่ยวไปประเทศญี่ปุ่น แต่กลับพบว่าไม่มีเที่ยวบินดังกล่าว และถูกลอยแพอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นจำนวนมาก

สอบถาม นางสาวพสิษฐ์ หรือ ซินแสโชกุน บอกว่า เปิดบริษัทขายอาหารเสริมออนไลน์ โดยจัดทริป ท่องเที่ยวให้คนที่มาสมัครเป็นสมาชิกและซื้อสินค้าตามที่กำหนด ได้เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่ได้ขายทัวร์แต่อย่างใด ซึ่งเคยจัดทริปท่องเที่ยวลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีก่อน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้คิดหนี แต่ไปรวบรวมทรัพย์สินเพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการขอประกันตัวและนำเงินมาชดใช้คืนให้กับผู้เสียหาย หลังทราบข่าวว่าถูกออกหมายจับก็ได้โทรศัพท์ให้ตำรวจ มารับด้วยตัวเอง

ส่วนการเปลี่ยนชื่อนามสกุลหลายครั้ง นางสาวพสิษฐ์ บอกว่า ไม่ได้เปลี่ยนเพื่อหนีคดี แต่เปลี่ยนไปตามความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น

ขณะเดียวกันสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปเสียงที่ ระบุว่าเป็นคำพูดของซินแสโชกุนพูดเนื้อหาทำนองว่า สามารถนำสมาชิกเข้าสำนักพระราชวังได้ และมีแขกกิตติมศักดิ์มาเป็นประธานในการเปิดงาน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และตำรวจกำลัง ตรวจสอบว่าอาจจะเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา แอบอ้างเบื้องสูง มาตรา 112 เราไปฟังเสียงนี้กัน

ขณะที่นางสาวพสิษฐ์ ชี้แจงกรณีนี้ว่า จ้างบริษัทออแกไนซ์ แห่งหนึ่ง ให้จัดงานเปิดตัวของบริษัท ซึ่งทางออแกไนซ์ได้ดำเนินการให้ทั้งหมด โดยบอกว่าจะเชิญบุคคลสำคัญในสำนักพระราชวังมาเปิดงานแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร

ตำรวจดำเนินคดีนางสาวพสิษฐ์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ก่อนนำตัวไปฝากขัง ส่วนการขอคืนเงิน และเรียกร้องค่าเสียหายเป็นคดีทางแพ่ง ซึ่งผู้เสียหายสามารถติดต่อกับทางทนายความของนางสาวพสิษฐ์เพื่อดำเนินการขอคืนเงินได้