ย้อนอดีตเที่ยว เชียงแสน แดนอารยธรรม

343

                   เมืองเหนือยังไม่สิ้นมนต์ขลัง  ยังมีแหล่งท่องเที่ยวแสนสงบ ให้เราหลบความวุ่นวายไปดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เหมือนย้อนเวลาไปในอดีต อย่าง เชียงแสน เมืองเก่าแก่ แหล่งอารยธรรม จ.เชียงรายที่เราจะขอชวนทุกคนไปซึมซับมนต์ขลังแดนเหนือแบบเอ็กคลูซีฟกันค่ะ

อนุสาวรีย์พญาแสนภู

                    เชียงแสนเป็นเมืองแสนสงบริมแม่น้ำโขง  ที่แค่เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปทาง อ.แม่จัน ประมาณ 60 กม. ก็ถึงแล้ว  พอได้รู้ประวัติแล้วก็ทำให้ทึ่งกับเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้  ว่าเคยเป็นที่ตั้งของนครเก่าแก่อย่าง หิรัญนครเงินยาง ที่เจริญรุ่งเรืองมากจนกลายเป็นศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาในยุคแรก ๆ แต่ภายหลังกลายเป็นเมืองร้าง จนกระทั่ง พญาแสนภู  พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช  ให้ตั้งเมืองเชียงแสนขึ้นในบริเวณเดิมที่เคยเป็นเมืองหิรัญนครเงินยาง เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านใช้ควบคุมเส้นทางการค้า และป้องกันการรุกรานจากมองโกล  เรียกว่าเป็นนครซ้อนนครได้เลยล่ะค่ะ

 

จุดแรกเราขอพาไปเช็คอินเที่ยวในตัวเมืองเชียงแสนกันก่อน เริ่มที่ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง ตามตำนานกล่าวว่าวัดนี้พญาแสนภูโปรดให้สร้างขึ้นด้านในกำแพงเมืองเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ.1887   ในวัดมีวิหารสวยงามสไตล์ล้านนา  ที่ด้านในประดิษฐาน หลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ ๑  พระประธานประจำวัด  ไปถึงเมืองเชียงแสนทั้งที เราควรไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และไฮไลท์สำคัญประจำวัดที่ทำเอาเราต้องแหงนหน้าอ้าปากค้างก็คือ  พระธาตุเจดีย์หลวง  เจดีย์ทรงระฆังแปดเหลี่ยมที่ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน ที่เมื่อได้ชมแล้วต้องทึ่งกับความสูงร่วม 88 เมตร และความขลังที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูของเจดีย์  ขอบอกว่าเป็นสถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

พระธาตุเจดีย์หลวงที่มีความสูงร่วม 88 เมตร

หลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ ๑

บรรยากาศภายในวัด

ติดต่อสอบถาม : 0  53 77 7044

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

เว็บไซต์ : www.facebook.com/วัดเจดีย์หลวง-เชียงแสน-เชียงราย-263336940395743/

 

 

ออกจากวัดพระธาตุเจดีย์หลวง ไปทางถนนรอบเวียง จะเดินก็ได้ ปั่นจักรยานก็ดี  เพียง 4 นาทีก็จะเจอ วัดป่าสัก วัดเก่าอีกแห่งที่สร้างขึ้นในสมัยพญาแสนภู  มีเรื่องเล่าว่า มีพระมหาเถระเจ้าองค์หนึ่งได้อัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุโคปกะ (ส่วนกระดูกตาตุ่มข้างขวา) ของพระพุทธเจ้า มาจากเมืองปาฏลีบุตร ประเทศอินเดียนำมาถวาย  พญาแสนภูจึงให้สร้างวัดป่าสักขึ้นนอกกำแพงเมืองเชียงแสน  และสร้างเจดีย์ทรงปราสาทยอดระฆังแบบห้ายอด เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  พร้อมปลูกต้นสัก 300 ต้นล้อมรอบวัด  ทุกคนเลยพร้อมใจกันเรียกวัดนี้ว่า วัดป่าสัก ไงล่ะ

เจดีย์ทรงปราสาท วัดป่าสัก

ปูนปั้นโดยรอบยังสวยงาม

ผ่านมาเนิ่นนาน พระพุทธรูปที่เจดีย์ยังสมบูรณ์อยู่

ร่มรื่นด้วยต้นสักที่รายล้อม

            อิ่มบุญไป 2 วัด เราขอพักยกเดินทางออกนอกเมืองไปเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ บ้านแม่แอบ ที่นี่เป็นที่อยู่ของผู้คน 5 ชนเผ่าประกอบด้วยชาว อาข่า  ลัวะ  จีนยูนนาน  ลาหู่  และไทใหญ่  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่อพยพหนีภัยสงครามเมื่อปี 2492  และภายหลังพวกเค้าก็ได้ช่วยกองทัพไทยต่อสู้ขับไล่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จนสำเร็จ เลยได้ตั้งรกรากอยู่ที่บ้านแม่แอบมาถึงตอนนี้ มาที่นี่นอกจากจะได้เที่ยวชมวิถีชุมชนที่เรียบง่ายของชาวเผ่าแล้ว  อย่าลืมลองชิมอาหารท้องถิ่นหาทานยากที่เน้นพืชผัก สมุนไพร ขอบอกว่า ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพจริง ๆ

เผ่าอาข่า

รอยยิ้มใจดีของชาวจีนยูนนานที่มารอต้อนรับนักท่องเที่ยว

ชาวเผ่าลัวะยินดีต้อนรับ

ชาวไทใหญ่

อาหารสไตล์อาข่า เต็มไปด้วยพืชผัก สมุนไพร

            จากบ้านแม่แอบ เรามาต่อกันที่  วัดพระธาตุผาเงา  วัดเก่าแก่ที่ชาวเชียงแสนเคารพศรัทธาในหมู่บ้านสบเงา ต.เวียง ห่างจากตัวเมืองมาทางทิศใต้  ประมาณ 3 – 5 กม. ก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำแค่ 15 กม.เอง บอกเลยว่ามาแอ่ววัดนี้ต้องใช้พลังงานเยอะมาก เพราะเป็นวัดบนเขา ซึ่งจุดแรกที่ต้องไปเช็คอินก็คือ พระธาตุผาเงา พระธาตุที่ตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่ และเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง  ต่อจากนั้นก็ต้องเข้าไปใน วิหารหลวงพ่อผาเงา ที่อยู่ติดกัน เพื่อไหว้สักการะ หลวงพ่อผาเงา พระพุทธรูปโบราณ  ที่มีเรื่องเล่าว่า บริเวณนี้เดิมเป็นวัดร้าง ระหว่างที่ชาวบ้านสร้างวัดขึ้นใหม่ และกำลังบูรณะพระประธานเดิมที่มีอยู่ก็บังเอิญขุดพบพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย  ศิลปะสมัยเชียงแสน อายุ  700 – 1,300 ปีซ่อนอยู่ใกล้ฐานพระประธาน จึงมีการตั้งชื่อตามพระธาตุผาเงาว่า หลวงพ่อผาเงา

พระธาตุผาเงา

วิหารพระธาตุผาเงา

หลวงพ่อผาเงา องค์เล็กแต่ได้รับความศรัทธามากมาย

            และที่แห่งนี้ หากขึ้นเขาไปด้านบนอีกหน่อย เราจะได้ไหว้ พระธาตุจอมจัน  และชมความสวยงามของอุโบสถไม้สักสุดอลังการ และถ้ายอมเสียเหงื่ออีกนิดขึ้นไปถึงยอดเขา ทุกคนจะได้กราบ พระธาตุเจ็ดยอด หรือ พระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์   แต่ที่ทำเอาหายเหนื่อยสุด ๆ เมื่อได้สัมผัสกับลมเย็น ๆ อากาศบริสุทธิ์ พร้อมวิวสวยมุมสูงเกือบ 360 องศาของเมืองเชียงแสนกับแม่น้ำโขง ที่แค่นั่งนิ่ง ๆ มองเพลิน ๆ ก็แฮปปี้แล้วล่ะ

พระธาตุจอมจัน

อุโบสถไม้สัก

พระธาตุเจ็ดยอด

วิวสวย ๆ ของเมืองเชียงแสน และแม่น้ำโขง

ติดต่อสอบถาม : 0  53 77 7151

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

เว็บไซต์ : www.phangao.org   หรือ www.facebook.com/วัดพระธาตุผาเงา-784727864876393/

ตะลอนทัวร์มาทั้งวัน ขอบอกว่าหิวมาก  ก่อนที่จะย้อนกลับเข้าเมืองเชียงแสน เลยต้องขอแวะเติมพลังที่ร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองเชียงแสน อย่าง  ร้านบ้านไม้ในสวน  ซะหน่อย  โชคดีที่ร้านนี้หาไม่ยาก ตั้งอยู่ริมถนนระหว่างตัวเมืองเชียงแสนกับสามเหลี่ยมทองคำ เสน่ห์ของร้านนี้อยู่ที่บรรยากาศ เพราะเพียงเดินเข้ามาในร้านก็จะสัมผัสกับสดชื่น เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวของแมกไม้ เหมือนนั่งอยู่ในสวน ตรงกับชื่อร้านจริง ๆ  แถม  คุณพัชรินทร์ เจ้าของร้านยังใจดี มีออเดิร์ฟเป็นกล้วยไข่อร่อย ๆ จากสวนของทางร้านให้หม่ำรองท้องกันฟรี ๆ ด้วย

 

เขียว ๆ เห็นรอบร้าน

แดดส่องก็ยังนั่งได้ชิล ๆ 

              ส่วนอาหาร อยากทานเมนูไหนก็ได้ สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง  แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ  เรามีจานเด็ดมาแนะนำกันค่ะ

ลาบปลาทอด

ลาบหมูแบบทางเหนือ

แกงฮังเล

 

คั่วแคไก่

ต้มแซ่บซี่โครงหมูตุ๋น

ปลานิลทอดยำสมุนไพร

 

หมูทอดบ้านสวน

 ติดต่อสอบถาม : 08 1530 0708

เปิดให้บริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

          เผลอแป๊บเดียวก็เที่ยวเพลินจนหมดวันกับบรรยากาศอบอุ่น  ชวนสบายใจที่เมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ ใครมีวันหยุดก็หาโอกาสดี ๆ มาเก็บเกี่ยวความสุข ณ เมืองเชียงแสนกันนะเจ้า