ไฟไหม้อาคารการประปาส่วนภูมิภาควอดทั้งชั้น 4 เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

139

ช่วงค่ำที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำนักงาน 4 ชั้น ภายในการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ได้รับความเสียหายบริเวณชั้น 4 ทั้งชั้น เคราะห์ดีที่ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเลิกงาน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเช้าวันนี้วิศวกรรมสถานได้เตรียมเข้าพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุแล้ว

นี่เป็นสภาพเพลิงที่กำลังลุกไหม้อาคาร 4 ชั้น ภายในการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่  ซอยแจ้งวัฒนะ1 เมื่อช่วง 18.00 น. วานนี้ พบต้นเพลิงโหมลุกไหม้อย่างหนักที่บริเวณชั้น 4 ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นสำนักงานฝ่ายบริหาร ภายในจัดเก็บเอกสารจำนวนมากจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถน้ำกว่า 20 คันเข้าสกัดเพลิงกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมไว้ได้

ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาเลิกงานพนักงานส่วนใหญ่เดินทางออกจากตัวอาคารหมดแล้ว โดยพบว่าขณะเกิดเหตุมีเพียง รปภ. ดูแลตึก ได้ยินเสียงคล้ายหม้อแปลงระเบิด ก่อนจะเห็นแสงเพลิงลุกไหม้      อย่างรวดเร็ว  แม้จะพยายามใช้เครื่องดับเพลิงแล้วแต่ไม่สามารถควบคุมได้

ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคยังระบุอีกว่า อาคารแห่งนี้มีทั้งห้องทำงานของเจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาคและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งมีเอกสารสำคัญถูกเก็บไว้ที่นี้ แต่ยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์  โดยอาคารแห่งนี้มีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี และมีระบบป้องกันเหตุเพลิงไหม้ตามมาตรฐานสากล แต่ขณะเกิดเหตุเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วประกอบกับมีลมแรง จึงไม่สามารถควบคุมไว้ได้ทำให้บริเวณชั้น 4 ของตัวอาคารเสียหายทั้งชั้น

ต่อมาช่วง 21.00 น.  เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เพราะมีลมพัดค่อนข้างแรง ทำให้ไฟเกิดการประทุอยู่เป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงต้องระดมกันเดินเท้าเข้าไปภายในตัวอาคาร พร้อมนำรถกระเช้าขึ้นสำรวจและใช้น้ำฉีดในจุดที่เกิดการปะทุเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลาม

ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า ได้เชิญพยานในที่เกิดเหตุมาสวบสวนแล้วแต่ยังไม่พบพิรุธ ซึ่งหลังจากนี้จะเชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อสรุปหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่าเป็นการวางเพลิงหรืออุบัติเหตุ

ส่วนในเช้าวันนี้พนักงานที่ประจำอยู่ที่อาคารแห่งนี้จะย้ายสถานที่ทำงานไปยังอีกอาคาร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวถูกกั้นเป็นพื้นที่อันตรายเสี่ยงต่อการทรุดตัว โดยเฉพาะชั้นดาดฟ้าที่ถูกเพลิงไหม้จนมีชิ้นส่วนเหล็กโครงสร้างโค้งงอ  และในช่วง 10.00 น.  ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานพร้อมด้วยทีมวิศวกรรมสถานจะเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุรวมทั้งตรวจสอบโครงสร้างอาคารต่อไป

ขอบคุณภาพจาก เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

จุฑารัตน์  มีช้าง

รายงาน