รวบโจรลงพุง ตระเวนหลอกเงินจากเหยื่อตามร้านค้าทั่วประเทศ อ้างเจ้าของให้มาเก็บเงินค่าสินค้า- ชำระภาษี

150

ตำรวจกองปราบปราม ตามจับคนร้าย ที่มีลักษณะอ้วน หรือที่เรียกว่า “โจรลงพุง” ก่อเหตุตระเวนหลอกเงินเหยื่อตามร้านค้าทั่วประเทศ อ้างเจ้าของร้านให้มารับเงินไปชำระค่าบริการต่างๆ หรือบางครั้งก็อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พบประวัติก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชนเกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ชายสวมเสื้อยืดสีแดง รูปร่างอ้วนลงพุง เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ของอพาร์ทเมนท์ แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เข้าไปพูดคุยกับพนักงาน อ้างว่าผู้จัดการให้มาเอาเงินจำนวน 12,000 บาท เพื่อไปชำระภาษี แต่เงินเงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอ คนร้ายทำทีโทรศัพท์พูดคุยกับผู้จัดการ ต่อหน้าพนักงานก่อนอ้างว่าผู้จัดการสั่งให้นำเงินทั้งหมดที่มีอยู่ให้เขาและให้พนักงานออกไปกดเงินของตัวเองที่มีอยู่ชดเชยไปก่อน ลักษณะการพูดคุยของคนร้ายทำให้พนักงานหลงเชื่อ ส่งเงินจำนวน 7,300 บาท ให้กับคนร้ายไป โดยไม่ฉุกคิด เวลาประมาณ 19.00 น. วันเดียวกัน คนร้ายรายเดิม เดินเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเมนท์ ก่อนหน้า เขาเดินตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์ ใช้กลอุบายไม่ต่างจากครั้งแรกแต่ครั้งนี้อยู่นอกเหนือรัศมีกล้องวงจรปิด ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2559ล่าสุด ตำรวจกองปราบปราบสามารถรวบตัว นายเศรษฐา บัวงาม อายุ 44 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุไว้ได้ พบประวัติก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชนเกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย เขาบอกว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็น สถานประกอบการ ร้านค้าต่างๆ ที่มีลูกจ้างอยู่เพียงลำพัง  โดยจะเข้าไปพูดคุย และทำทีคุยโทรศัพท์กับเจ้าข้องกิจการไปด้วยเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ หนึ่งในผู้เสียหาย ยอมรับว่า สาเหตุที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ เป็นเพราะลักษณะการคุยโทรศัพท์ ซึ่งเป็นกลอุบายของผู้ต้องหาที่ ดูน่าเชื่อถือทำให้ไม่ทันฉุกคิดส่งเงินให้ผู้ต้องหาทันที ข้อมูลของตำรวจ พบว่า ผู้ต้องรายนี้มีหมายจับติดตัวอย่างน้อย 8 หมาย และอยู่ในระหว่างการออกหมายจับอีกไม่ต่ำกว่า 10 หมาย ทุกครั้งที่ก่อเหตุ จะใช้กลอุบายเข้าไปในร้านค้า อ้างต่อพนักงานว่าเจ้าของร้านให้มาเก็บเงินค่าสั่งซื้อสินค้า ค่าประกันหรือค่าจ้างบางครั้งยังอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเพื่อเรียกเก็บเงินค่าหนังสือที่ดิน โดยส่วนใหญ่จะเรียกเก็บเงินต่ำสุดหลักพันไปจนถึงประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ตำรวจ เตือนประชาชนไม่ควรหลงเชื่อและควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดหากมีการแอบอ้างในลักษณะนี้ โดยเชื่อว่า ยังมีเหยื่ออีกหลายรายที่ไม่กล้าเข้าแจ้งความกับตำรวจ

อรวรรณ รัตนเดชา

รายงาน