รวบ 2 สามีภรรยาขี่รถ จยย. ตระเวนวิ่งราวทรัพย์กว่า 20 ครั้งใน จ.นนทบุรี

930

ตำรวจจับตัว 2 สามีภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนวิ่งราวทรัพย์ มาแล้วกว่า 20 ครั้ง ในจังหวัดนนทบุรี ผู้ต้องหารับสารภาพเลือกเหยื่อผู้หญิงที่เดินมาเพียงลำพังบนสะพานลอย อาศัยช่วงปลอดคนลงมือก่อเหตุ 

กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์บนสะพานลอย หน้าศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่ง ถนนรัตนาธิเบศร์ อำเภอเมืองนนทบุรี ขณะหญิงคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นสะพานลอยเพียงลำพัง ไม่นานคนร้ายวิ่งตามไปอย่างรวดเร็วเข้าประชิดตัวผู้เสียหายแล้วกระชากกระเป๋าวิ่งกลับมาทางเดิม ก่อนขึ้นรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายอีกคนจอดรออยู่ขี่รถหลบหนีไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา

จากนั้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 22.00 น.  ตำรวจได้รับแจ้งมีเหตุลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นบนถนนย่านรัตนาธิเบศร์ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบเบาะแสของคนร้ายเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ย้อนศรมาตามถนน ก่อนที่ 1 นาทีต่อมาคนร้ายจะขี่รถย้อนกลับไปทางเดิม


ตำรวจสืบสวนจนสามารถรวบตัวคนร้าย คือ นายภานุ  หวังอยู่  อายุ 22 ปี และ นางจิดาภา โฉมงาม อายุ 36 ปี สองสามีภรรยาพร้อมรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุและของกลาง กระเป๋าเงินและกระเป๋าสะพายจำนวนหลายใบ

ต่อมาสองสามีภรรยาถูกตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกบนสะพานลอยย่านถนนรัตนาธิเบศร์ เป็นจุดที่ทั้งคู่จอดรถใต้สะพานลอย ก่อนที่นายภานุซึ่งสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าตามเหยื่อขึ้นไป แล้วกระชากกระเป๋าจากด้านหลังก่อนขึ้นรถหลบหนีไป

จุดต่อมาอยู่ห่างจากจุดแรกเพียง 1 กิโลเมตร สองสามีภรรยาขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมาเจอหญิงสาวนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ริมถนน นายภานุจึงตรงเข้าไปกระชากผู้เสียหายจนล้มลงหวังกระชากสร้อยคอทองคำ แต่เหยื่อใช้มือจับไว้ คนร้ายจึงคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ผู้ต้องหายอมรับว่า ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งโดยมักเลือกเหยื่อที่สะพายกระเป๋า เดินมาเพียงลำพังบนสะพานลอย ก่อนทำทีสอบถามเส้นทาง อาศัยช่วงปลอดคนลงมือก่อเหตุ

ตำรวจตรวจสอบพบว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วกว่า 20 ครั้ง ทั้งในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี รัตนาธิเบศร์ ปากเกร็ด และบางใหญ่ โดยนำเงินที่ได้ไปซื้อยาเสพติดและเที่ยวเตร่  จึงฝากเตือนให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิงที่เดินทางเพียงลำพังให้ระมัดระวังตัว

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย / และหากมีผู้ใดเคยตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้สามารถเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีและตรวจสอบของกลางเพื่อรับคืนได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

รายงาน