คู่ซ่าฯ พาย้อนยุค ที่จังหวัดกาญจนบุรี

985

เจอะเจอกันในสัปดาห์นี้ รายการคู่ซ่าภารกิจแซ่บ จะพาทุกคนไปสัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคในอดีตกันที่จังหวัดกาญจนบุรีค่ะ ย้อนยุคที่ว่านี้ จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนนั้น ตามไปชมกันเลย…

สถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ เราจะพาทุกคนไปกันที่ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 เชื่อว่าคงถูกอกถูกใจใครหลายๆคนแน่นอน เพราะคุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนวันวานกลับไปในอดีต ซึ่งที่นี่จัดสร้างขึ้นภายในเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 60 ไร่ ตั้งอยู่ใน อ.ไทรโยค นั่นเองค่ะ เรียกได้ว่า เมืองมัลลิกา ถือเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่จะพาเราย้อนเวลากลับไปกว่า 100 ปี สัมผัสรากเหง้าความเป็นไทยอย่างแท้จริง ผ่านงานสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) หลังจากมีการประกาศเลิกทาส

เสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมากมาย นั่นก็คือ นักท่องเที่ยวหรือผู้เข้าชมในเมืองมัลลิกา สามารถเตรียมชุดไทยมาสวมใส่ หรือหากใครไม่สะดวกก็สามารถมาเช่าชุดไทยของที่นี่ได้เช่นกัน  มีตั้งแต่ โจงกระเบน , ผ้าแถบสไบ , เสื้อแขนหมูแฮม , แพรสะพาย , เครื่องประดับ , ร่ม , ผ้าคาดเอว , เสื้อของผู้ชาย และชุดสำหรับเด็กทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ยังไม่หมดแค่นั้น…หากใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศแบบชิลๆโดยการนั่งรถลากชมรอบๆเมืองมัลลิกา ที่นี่ก็มีบริการรถลาก หรือสมัยก่อนที่เราเรียกกันจนติดปากว่า “รถเจ๊ก” ก็คือรถที่ใช้คนลาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนที่อพยพมาในยุคนั้นค่ะ ราคาค่าบริการจะอยู่ที่ 50 บาท ต่อเที่ยว สามารถซื้อตั๋วได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วหน้าเมือง

ส่วนใครที่อยากจับจ่ายใช้สอย หรือซื้อขนม ข้าวของต่างๆที่ตั้งขายในเมืองมัลลิกา คุณจะต้องเดินเข้าไปด้านในจะมีจุดแลกเงินที่เขียนว่า “แบงก์สยามกัมมาจล” โดยคุณจะต้องใช้จ่ายเงินสตางค์เท่านั้น
อัตราการแลกเงิน 1 สตางค์ = 5 บาท (หากใช้เงินไม่หมดก็สามารถแลกคืนได้)

นอกเหนือจากนั้นในเมืองมัลลิกาแห่งนี้ ยังมีอีกหลากหลายโซนให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ได้แก่

สะพานหัน ชื่อนี้เรียกตามจากลักษณะของตัวสะพานในอดีต เป็นสะพานไม้โค้งกว้างสองฟากสะพานจะมีห้องแถวเล็กๆให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานแห่งนี้รัชกาลที่ 5 ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ลูกพลับแห้ง และผลไม้แห้งต่างๆ นานาชนิด

สะพานหัน
ร้านค้าต่างๆ บริเวณสะพานหัน
ร้านค้าต่างๆ บริเวณสะพานหัน

ย่านการค้า ในสมัย ร.ศ.124 มีย่านการค้าที่ขึ้นชื่อ ซึ่งมีอาหารคาว ของทานเล่น รวมถึงขนมหวานและขนมโบราณนานาชนิด และสินค้าทันสมัยอื่นๆสำหรับยุคนั้น โดยย่านการค้า จะแบ่งเป็น 3 แพร่ง (ถนนแพร่งนารา , แพร่งภูธร , แพร่งสรรพศาสตร์) ย่านเยาวราช และย่านบางรัก

ย่านการค้า
ร้านโม่แป้ง บริเวณย่านการค้า
การโม่แป้ง เพื่อนำไปทำขนม
ร้านขายขนมต่างๆ บริเวณย่านการค้า
ร้านขายขนมต่างๆ บริเวณย่านการค้า
ร้านขายเครื่องหนัง บริเวณย่านการค้า

เรือนแพ ในยุคสมัยนั้น ผู้คนมักใช้แม่น้ำในการสัญจร ดังนั้น ร้านค้าขายส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ริมน้ำ เรือนแพยังเป็นที่ตั้งของร้านข้าวแกงทรงโปรดและร้านกาแฟ “ตงฮู” ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ทันสมัยในยุคนั้น โดยมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟสดจากต่างประเทศเข้ามา และเพื่อรองรับนักเดินทางอีกด้วย

เรือนแพ
เรือนแพ
เรือนแพ

หอชมเมือง จำลองมาจากหอคอยคุก ซึ่งเป็นหอคอยที่ใช้สำหรับตรวจตราป้องกันมิให้นักโทษหนี ซึ่งเมืองมัลลิกา ใช้สำหรับชมเมือง และชมทัศนียภาพโดยรอบของที่นี่

หอชมเมือง
หอชมเมือง

เรือนเดี่ยว เป็นเรือนชาวบ้าน ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่เรือนนี้ คือคนชนชั้นกรรมาชีพ มีหน้าที่ผลิตปัจจัยเบื้องต้นในการยังชีพ ได้แก่ การทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก เป็นต้น

เรือนเดี่ยว
เรือนเดี่ยว
การทำนา

เรือนคหบดี เป็นเรือนคนมีฐานะ บนเรือนคหบดี แสดงวิถีความเป็นอยู่ของชนชั้นปกครอง ซึ่งจะมีกิจกรรมบนเรือน เช่น งานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ เป็นต้น

เรือนคหบดี
เรือนคหบดี
เรือนคหบดี
เรือนคหบดี

โรงครัว ประกอบด้วย โรงสีข้าว ยุ้งข้าว โรงครัวเตรียม แสดงกรรมวิธีการฝัดข้าว สีข้าว ตำข้าว พร้อมทั้งการหุงข้าวเตาถ่านและการใช้กระทะใบบัว ซึ่งแม่ครัวในโรงครัวนั้นต้องทำอาหารเลี้ยงบ่าวไพร่จำนวนมาก และประกอบอาหารคาวหวาน เพื่อรับรองแขก โดยที่นี่จะเป็นการประกอบอาหารด้วยเตาถ่านทั้งสิ้น

การฝัดข้าว
การตำข้าว
ก่อฟืนและเตรียมทำอาหารโดยใช้กระทะใบบัว
ใช้เตาถ่านในการทำอาหาร

เรือนหมู่ เป็นเรือนสำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองของคหบดีไทย ซึ่งอาจเป็นขุนนาง ผู้ทรงศักดิ์ หรือคหบดีผู้มั่งคั่ง ซึ่งในสมัยนั้น เรือนหมู่นิยมมีคณะนาฎศิลป์เป็นของตนเอง ซึ่งก็ถือเป็นไฮไลท์สำคัญบนเรือนนี้ที่จะพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแสดงให้กับนักท่องเที่ยวได้ชมกัน

เรือนหมู่
เรือนหมู่
เรือนหมู่

ยกรบ
ฟ้อนมาลัย
ซัดชาตรี
ลาวกระทบไม้
เชิดหุ่นคน
การแสดงบนเรือนหมู่

และในวันนี้เราก็จะมารับประทานสำรับมื้อเย็น ที่ประกอบไปด้วยเมนูอาหารโบราณซึ่งหาทานได้ยาก และบางเมนูเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นกันด้วยค่ะ ส่วนที่นี่จะมีเมนูอาหารที่น่าสนใจและน่ารับประทานขนาดไหน ไปชมพร้อมๆกันเลย…

สำรับมื้อเย็น
ไก่สะเต๊ะ
ข้าวตังหน้าตั้ง
หมี่กรอบ
ไก่ห่อใบเตย
น้ำพริกขี้กา
ยำทวาย
แกงบวน
แกงมัสมั่นไก่

เรียกได้ว่าการมาเยือนเรือนหมู่ในครั้งนี้ ได้ทั้งอิ่มท้องและเพลิดเพลินไปกับการชมการแสดงโชว์ที่สวยงามและทรงคุณค่าของไทย ทั้งยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบคนไทยสมัยก่อน ไม่แปลกใจเลยค่ะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างหลงเสน่ห์ที่นี่ สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวสไตล์ย้อนยุคแบบนี้ ก็สามารถมาเที่ยวชมที่เมืองมัลลิกาแห่งนี้กันได้นะคะ

พ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของ

                ราคาค่าเข้าชม

– ผู้ใหญ่ 250 บาท / เด็กและผู้สูงอายุ 120 บาท

*** เด็กความสูงไม่เกิน 80 ซม. และผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป (เข้าฟรี) ***

ค่าเข้าชม + อาหารเย็นพร้อมชมโชว์การแสดง

– ผู้ใหญ่ 700 บาท / เด็กและผู้สูงอายุ 350 บาท

                วันและเวลาเปิดทำการ

– เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 (เปิดบริการทุกวัน)

เวลาการขายบัตรเข้าชมเมือง เวลา 09.00-17.30 น.

เวลาเปิด-ปิดเมือง เวลา 09.00-19.00 น.

เวลาอาหารเย็นและการแสดง เวลา 18.00-20.00 น.

ที่ตั้ง : 168 หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 71150

ติดต่อสอบถาม : โทร.034-540 884-86

เว็ปไซต์ : www.mallika124.com

Facebook : https://th-th.facebook.com/MallikaR.E.124/

แผนที่การเดินทางไป เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124