เตือนระวังภัย ฉกทรัพย์ซ้ำซากริมถนนนวมินทร์

233

    เกิดเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ฉกประเป๋าเงินของผู้เสียหายภายในรถยนต์ที่จอดไว้ ระหว่างซื้อของริมถนนนวมินทร์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนหน้านี้ร้านค้าก็ยังตกเป็นผู้เสียหายเพราะถูกคนร้ายบุกขโมยทรัพย์สินภายในร้าน โดยแทบทุกครั้งจะมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกพฤติกรรมของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน

15 นาฬิกา วันที่ 3 ธันวาคม 2559 กล้องวงจรปิดของร้านขายข้าวสารบริเวณปากซอยนวมินทร์ 52 ย่านบึงกุม   กรุงเทพมหานคร เผยให้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่สองสามีภรรยาจอดรถยนต์ เพื่อลงไปซื้อข้าวสารกับทางร้านแต่พวกเขาไม่ได้ล๊อกรถซึ่งระหว่างที่อยู่ในร้านค้ามีคนร้ายชายขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟีโน่ ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียน มาสอดส่องภายในรถก่อนจะขี่ออกไป

ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์กลับมาอีกรอบ ก่อนจะจอดเทียบข้างรถยนต์ของผู้เสียหาย และเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นเขาจึงเปิดประตูเข้าไปฉกกระเป๋าในรถของผู้เสียหายซึ่งมีสมุดธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และเงินสดกว่า 5 พันบาทก่อนจะขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปตามถนนนวมินทร์

ผู้เสียหาย ยอมรับว่า พวกเขาไม่ได้ระวังตัว เพราะคิดว่าตัวเองจอดรถ เพื่อรอขนข้าวสารโดยใช้เวลาไม่นานแต่กลับเป็นช่องโหว่ ให้คนร้ายก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาอยากให้เหตุการณ์นี้เตือนภัยผู้ใช้รถไม่ว่าจะจอดนานหรือไม่ควรล็อกรถทุกครั้งที่ออกจากรถ ก่อนหน้าเกิดเหตุฉกทรัพย์ในรถของผู้เสียหายคนนี้เพียง 1 วัน ตำรวจนครบาลลาดพร้าวยืนยันว่าคนร้ายรายเดียวกันได้ก่อเหตุฉกกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินกว่า 1หมื่นบาทในรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดไว้ในปั้มน้ำมัน บริเวณปากซอยนวมินทร์ 44 ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 500 เมตร เช่นเดียวกับ เจ้าของร้านขายข้าวสารที่ เล่าว่า ไม่ได้มีเพียงเหตุฉกกระเป๋าในรถยนต์เท่านั้นที่เกิดขึ้นละแวกร้านของตัวเองเพราะก่อนหน้านี้มีคนร้ายวิ่งราวทรัพย์อยู่เป็นประจำแม้แต่เขายังเคยตกเป็นผู้เสียหาย ถูกขโมยทรัพย์สินภายในร้าน

กล้องวงจรปิดภายในร้านขายข้าวสารแห่งนี้บันทึกภาพขณะคนร้ายชาย 2 คน พยายามเดินเข้ามาดูลาดเลาบริเวณร้านในช่วงกลางดึกไม่นานนักกล้องวงจรปิดภายในร้าน เผยให้เห็นพฤติกรรม หนึ่งในคนร้ายงัดหน้าต่างก่อนจะฉกกล้องถ่ายรูปราคากว่า 5 หมื่นบาท จากนั้นคนร้ายอีกคนก็เดินเข้ามาส่องหาทรัพย์สินแต่สัญญาณเตือนขโมยของร้านดังขึ้นทำให้คนร้ายทั้งคู่รีบหลบหนีไป

ริมถนนนวมินทร์ย่านนี้ ยังคงเกิดเหตุขโมยทรัพย์สิน และชิงทรัพย์ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ โดยรูปแบบการก่อเหตุของคนร้ายจะแตกต่างกันออกไป แม้กระทั่งการฉกทรัพย์ในรถยนต์ที่จอดเพียงไม่นานตำรวจเตือนให้ประชาชนระมัดระวังทรัพย์สินของตัวเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่ในรถยนต์ซึ่งมิจฉาชีพมักฉวยโอกาสก่อเหตุขณะรถจอด

ชนะชัย  แก้วผาง

รายงาน