รายการคู่ซ่าภารกิจแซ่บ…เที่ยวหนึ่งวันสบาย ๆ กับจังหวัด สิงห์บุรี !!!

394

วันนี้รายการคู่ซ่าภารกิจแซ่บจะพาไปสัมผัสกันจริงๆ เรามีข้อมูลมาแนะนำเพิ่มเติมกันด้วย….เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี !!!

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

พาไปบุกเมืองสิงห์บุรี เที่ยวหนึ่งวันสบายๆไหว้พระขอพรพร้อมอาหารขึ้นชื่อของจังหวัด

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

          เริ่มกันด้วยวัดพิกุลทอง อยู่ในเขตตำบลวิหารขาว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร เดิมชื่อว่า “วัดใหม่พิกุลทอง” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2434 และได้ขอเปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดพิกุลทอง” ในปี พ.ศ.2483 แต่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดหลวงพ่อแพ” เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ“พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี” หรือ “หลวงพ่อใหญ่

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

           เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสิงห์บุรี เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ หน้าตักกว้างราว 22 เมตร สูงราว 42 เมตร ประดับด้วยโมเสดทองคำธรรมชาติ 24 เค จากประเทศอิตาลี ภายในวิหารหลวงพ่อแพเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแพ เจ้าอาวาสวัดพิกุลทองที่ชาวสิงห์บุรีนับถือ เป็นที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติและเครื่องอัฐบริขารของหลวงพ่อแพทั้งหมดที่มีอยู่ สร้างขึ้นหลังจากที่หลวงพ่อมรณภาพ

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

          มาสิงห์บุรีไม่มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง..อนุสาวรีย์ค่ายบางระจัน ตั้งอยู่ที่อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ ประดิษฐ์รูปหล่อวีระชนคนกล้าชาวบ้านบางระจันที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญตั้งค่ายต่อต้านยันกองทัพพม่าได้นานถึง ๕ เดือน สามารถรบชนะทัพพม่าได้ถึง ๗ ครั้ง ก่อนจะถูกตีค่ายแตกไปในการศึกครั้งที่ ๘ จึงได้มีการสร้างอนุสาวรีย์นี้ไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อยกย่องวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของชวาบ้านบางระจันให้คนรุ่นหลังได้สักการะสืบไป

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

          ต่อด้วยวัดโพธิ์เก้าต้น หรือ วัดไม้แดง เคยเป็นที่มั่นของวีรชนชาวบ้านบางระจันในการต่อต้านพม่าที่ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2308 สาเหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า “วัดไม้แดง” เพราะภายในบริเวณวัดมีต้นไม้แดงอยู่หลายต้น ชาวบ้านถือกันว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครกล้าตัดหรือทำลาย

          “วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ” เป็นวิหารเก่าที่ถูกทิ้งร้างไว้ในช่วงที่เราเสียกรุงครั้งที่ 2 ภายหลังได้ถูกบูรณะและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ขาวสิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียงนับถือ อิฐทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้างวิหารหลังนี้จะมีสัญลักษณ์พิเศษเป็นลายดอกจันซึ่งแตกต่างไปจากที่อื่น
ใกล้ๆ วิหารของพระอาจารย์ธรรมโชติ มี “สระน้ำพระอาจารย์ธรรมโชติ” ซึ่งมีปลาอยู่ชุกชุมเพราะชาวบ้านถือว่าเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์ หากใครจับปลาในบ่อนี้ไปรับประทานจะเกิดเหตุทะเลาะเบาะแว้งรุนแรง จนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าจับปลาในบ่อนี้ไปกิน

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

          ชาวบ้านมักมาบนบานสานกล่าวขอสิ่งที่ต้องการ หากสมปรารถนาก็จะต้องมาหาบนรำแก้บน โดยคนส่วนใหญ่จะบนเกี่ยวกับเรื่องการสอบ การเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนคดีความต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ห้ามมาบนที่นี่ก็คือการขอให้หลุดทหาร เพราะว่ากันว่าใครที่มาบนบานเรื่องนี้ มักจับได้ใบแดงแทบทุกรายไป

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

ตบท้ายด้วยของอร่อยที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสิงห์บุรีขอแนะนำ ร้านกุ้งเผาทองชุบ !!
เป็นหนึ่งในร้านกุ้งเผาชื่อดังที่เรียกว่า
“ต้องกินก่อนตาย”
เมนูเด็ดของร้านก็คือกุ้งเผา กุ้งที่นี่เป็นกุ้งแม่น้ำคัดไซส์ ขนาด 3 ตัวโล กับ 2 ตัวโล เผาเตาถ่านกลิ่นหอม กินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน รับรองว่าถูกปากแน่นอน
เมนู : 
– ทอดมันปลากรายก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เพราะทอดมันปลากรายที่นี่ใช้ปลากราย 100% เหนียวนุ่มถูกใจมากๆ
– ปลาคังลวกจิ้ม สด อร่อย การันตีว่าเป็นปลาแม่น้ำแน่นอน
– ต้มยำกุ้งน้ำข้นรสชาติเข้มข้น ใช้กุ้งแม่น้ำตัวโต๊โต รับรองถูกใจแน่นอน
– ขนมจีบหมู ด้วยความที่ขนมจีบที่นี่ลูกโตเต็มคำเนื้อเน้นๆ เมนูออเดิร์ฟยอดนิยมที่ใครไปใครมาก็ต้องสั่งทาน

เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวหนึ่งวันสบายๆกับจังหวัดสิงห์บุรี

ร้านกุ้งเผาทองชุบ ติดต่อ : 036-599-709
การเดินทางไปร้านกุ้งเผาทองชุบให้ใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ผ่านอยุธยา อ่างทอง มุ่งหน้าสิงห์บุรี สังเกตซ้ายมือจะผ่านโรงเรียนพรหมบุตร รัชดาภิเษก ให้ชิดซ้ายจะเห็นป้ายร้านกุ้งเผาทองชุบและป้ายวัดตราชูอยู่ริมถนน เลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งไปตามทางจนถึงวัดตราชู ให้จอดรถที่ลานจอดรถในวัด แล้วเดินลงไปทางริมน้ำจะเจอร้านอยู่ที่สุดทาง รับรองใครที่ชอบทานกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ จะไม่ผิดหวังแน่นอน