ชาวนารวมกลุ่มปลูกข้าวหอมมะลิ ขายเมล็ดพันธุ์ราคาสูงตันละ 2.5 หมื่น

1113

ชาวนา จ.สุรินทร์ ยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งพาตนเอง รวมกลุ่มปลูกข้าวหอมมะลิขายเป็นเมล็ดพันธุ์ให้ห้างร้าน สหกรณ์ หน่วยงานรัฐ ได้ราคาสูงกก.ละ 25 บาท หรือตันละ 25,000 บาท

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab %e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab

ที่ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลตาอ็อง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประจำตำบลตาอ็อง และเป็นศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลตาอ็อง พร้อมทั้งมีลานตากข้าวเปลือกให้บริการแก่สมาชิกชาวนาในตำบลตาอ็อง ที่ขาดแคลนสถานที่ตากข้าวเปลือกได้สลับสับเปลี่ยนกันนำข้าวเปลือกหอมมะลิ พันธุ์ กข.15 ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวขึ้นจากแปลงนานำมาตากแดดให้แห้งก่อนนำไปคัดแยก ตรวจสอบความชื้นและสิ่งเจือปนของเมล็ดข้าว

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab

สำหรับข้าวหอมมะลิที่ปลูกในพื้นที่ตำบลตาอ็อง ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิพันธุ์ กข.15 และเน้นการปลูกเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวของชุมชนและนำออกจำหน่ายให้แก่หน่วยงานราชการ ห้างร้านที่จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ โดยมีหน่วยงานราชการที่กำกับดูแลควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์เป็นผู้เข้ามากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อคัดเมล็ดข้าวได้คุณภาพแล้วก็จะได้รับการขึ้นทะเบียน สามารถขายเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างต่ำ กิโลกรัมละ 20-25 บาท

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab %e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab

ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ในตำบลภูปอ อำเภอเมือง นายวินิจ  ถิตย์ผาด อดีตข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่วันนี้ได้พลิกผันตัวมาเป็นเกษตรกรบนพื้นที่ 84 ไร่  ทั้งพืชสวน พืชไร่  นาข้าว และป่าธรรมชาติ ใช้ชื่อว่า สวนจารุวรรณ โดยนำข้าวที่ปลูกมาแพ็คถุงจำหน่ายกันเองทั้งข้าวสารขาวหอมมะลิ ข้าวกล้อง  ข้าวเหนียวแดง  ข้าวเหนียวดำ  ข้าวมะลิดำ  ข้าวมะลิแดง และข้าวเหนียวก่ำ

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab

นายวินิจ  กล่าวว่า  ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในหลวง รัชกาล 9 มาใช้ในชีวิตประจำวัน  เลือกที่จะอยู่อย่างพอเพียงพึ่งพาตนเอง  ลดต้นทุนด้วยการใช้ปุ๋ยคอก  น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตเองรวมถึงปุ๋ยพืชสดอย่างปอเทืองที่ช่วยบำรุงดินได้ระยะยาว